Categories
เครื่องดื่ม

สูตรสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ เครื่องดื่มยอดฮิตติดเทรนด์ ความอร่อยลงตัวที่ต้องลอง

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.jgbthai.com 

เมนูเครื่องดื่ม “ สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ ” เมนูฮอตฮิตที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง เราจะไม่นำสูตรการทำอร่อย ๆ มาฝากทุกคนได้ยังไงแบบนี้ต้องจัดไปเอาให้อิ่มหนำ และด้วยความที่รสชาติเปรี้ยวหวานอร่อยดื่มได้ไม่เบื่อ ดื่มได้เรื่อย ๆ แก้วแรกผ่านไปแก้วสองตามมา ถ้าจะดื่มกันขนาดนี้เราว่ามาหัดทำกันเองที่บ้านตุนเอาไว้เลยจะดีกว่าค่ะ สูตรเด็ดสูตรอร่อยเรามีมาให้แล้ว เริ่มเลย !

ส่วนผสมและวิธีการทำเมนูสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ สูตรเครื่องดื่มโฮมเมดรสอร่อยที่ต้องบอกต่อ

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.wongnai.com

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้เป็นเครื่องดื่มโฮมเมดที่เราได้ลองทำทานเองแล้วรู้สึกชอบและไม่ว่าจะทานกี่ครั้งก็ฟินทุกครั้ง จะทำไว้ดื่มเป็นเครื่องดื่มในช่วงเช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายพร้อมลุยงานหรือจะดื่มเป็นเครื่องดื่มยามบ่ายก็ช่วยกระตุ้นให้หายง่วงได้ดีมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ได้สูตรดี ๆ มาแล้วก็อดที่จะนำมาบอกต่อให้เพื่อน ๆ ไม่ได้อีกแล้วค่ะ ใครที่ชอบเหมือนกันตามมาดูขั้นตอนการทำและสูตรสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ทางนี้ได้เลยค่า !

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม ( ส่วนผสมสำหรับแก้วขนาด 16 ออนซ์ )

-ผงมัทฉะ 2 ช้อนชา 

-น้ำร้อน 60 มิลลิลิตร

-ซอสสตรอเบอร์รี่ 30 มิลลิลิตร

-ไซรัปสตรอเบอร์รี่ 20 มิลลิลิตร

-นมสดรสจืด 90 มิลลิลิตร

สูตรการทำสตรอเบอร์รี่โฮมเมด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม

-สตรอเบอร์รี่แช่แข็ง 1 กิโลกรัม

-น้ำตาลทราย 250 กรัม 

วิธีการทำ

-นำกระทะขึ้นตั้งไฟโดย ใช้ไฟปานกลาง ใส่ตรอเบอร์รี่แช่แข็งปละน้ำตาลลงไป ค่อย ๆ คนให้ละลายเข้ากัน

-เมื่อละลายเข้ากันและหม้อเริ่มเดือดแล้ว ให้ปรับเป็นไฟอ่อน ค่อย ๆ เคี่ยวซอสไปเรื่อย ๆ จนเริ่มงวด เมื่อได้ความเข้มข้นตามต้องการ ให้ปิดไฟแล้วยกลงมาตั้งพักไว้ให้เย็น

-นำไปปั่นก่อนเล็กน้อย แล้วจึงนำมาบรรจุใส่ขวดปิดฝาให้มิดชิดเก็บไว้พร้อมใช้งานได้เลยค่ะ

วิธีการทำสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.food.grab.com

-นำผงมัทฉะผสมกับน้ำร้อน คนให้ละลายแล้วนำไปตั้งพักไว้

-นมสดและไซรัปสตรอเบอร์รี่ผสมเข้าด้วยกัน เมื่อคนเข้ากันดีแล้วให้นำไปตั้งพักไว้

-ใส่ซอสสตรอเบอร์รี่ลงในแก้วสวยงามที่จัดเตรียมไว้ ตามด้วยใส่น้ำแข็งครึ่งแก้ว แล้วเทนมสตรอเบอร์รี่ที่ทำเอาไว้ลงไป

-จากนั้นเติมน้ำแข็งลงไปจนเต็มแก้วแล้วจึงปิดท้ายด้วยการเทน้ำมัทฉะลงไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ยกเสิร์ฟสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้เครื่องดื่มโฮมเมด ได้เลยค่ะ

สูตรสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ที่เราได้เอามาแนะนำเพื่อน ๆ ในวันนี้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ แถมยังได้สูตรการทำซอสสตรอเบอร์รี่สูตรพิเศษไปเป็นของแถมอีกด้วย ซึ่งเมื่อเราสามารถทำซอสสตรอเบอร์รี่ได้เองแล้วการทำสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้วิธีทำในขั้นตอนอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรยากแล้วค่ะ ทำง่ายและอร่อยจนทำทานได้บ่อย ๆ หรือจะทำขายเลยก็ได้นะคะ

ประโยชน์ดี ๆ ที่มีในเมนูสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ที่ยิ่งได้รู้ยิ่งอยากดื่มทุกวัน

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.punpro.com

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้เป็นเมนูที่ได้มีการนำไปปรับประยุกต์เป็นเมนูต่าง ๆ อีกมากมาย แต่ในวันนี้เราเลือกที่จะนำสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้เครื่องดื่มโฮมเมดที่นอกจากความอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ด้วย ซึ่งในเครื่องดื่มสตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้ส่วนผสมที่นำมาทำประกอบด้วยวัตถุดิบที่มีประโยชน์อย่างเช่น มัทฉะ ( ชาเขียว ) และสตรอเบอร์รี่ด้วย

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.realmetro.com

มัทฉะ ( ชาเขียว ) ประกอบด้วยสารที่ชื่อว่า Epigallocatechin gallate ( EGCE ) ซึ่งพบมากในชาเขียว มีฤทธิ์ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านริ้วรอย ขับสารพิษในร่างกาย ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีกาเฟอีน ( Caffeine ) มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยแก้อาการง่วงนอนทำให้ร่างกายร้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ฯลฯ

สตรอเบอร์รี่มัทฉะลาเต้

www.sukkaphap-d.com

สตรอเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารQuercetin , Kaempferol , Anthocyanin เป็นต้น ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยต้านและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่าง ๆ ได้ รวมถึงมีวิตามินซีสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ-ชะลอริ้วรอยแห่งวัย ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน บำรุงเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันการเกิดโรคหวัดและโรคภูมิแพ้ ฯลฯ เรียกว่าเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งทำง่าย อร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย จะทำทานเองที่บ้านแบบชิว ๆ ก็ได้ หรือจะทำขายสร้างรายได้ด้วยก็ยิ่งดีเลยล่ะค่ะ แล้ววันหยุดนี้จะอยู่บ้านเหงา ๆ กันทำไมมาหัดทำเครื่องดื่มอร่อย ๆ เอาไว้ทานเองดีกว่าเยอะเลยว่ามั้ยคะ ?

Categories
เครื่องดื่ม

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่นเครื่องดื่มสีม่วงโดดเด่นโดนใจวันรุ่น

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่น

www.beautyclubthailand.com

เคยลองสังเกตดุมั้ยคะว่าเวลาที่เราไปทานอาหารตามโรงแรมหรือร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารประเภทใดก็มักจะมีเมนูน้ำบลูเบอร์รี่ปั่นให้บริการเสมอ เป็นเมนูเครื่องดื่มที่หลาย ๆ ร้านเลือกนำไปให้บริการลูกค้าซึ่งถ้าไม่อร่อยจริงคงไม่มีทางที่จะได้รับความนิยมอย่างทุกวันนี้ 

ขั้นตอนการทำน้ำบลูเบอร์รี่ปั่น เมนูน้ำปั่นรสชาติ 5 ดาว

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่น

www.today.line.me

สูตรน้ำบลูเบอร์รี่ปั่น สูตรที่ 1

ส่วนผสมและวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

-บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 2 ถ้วยตวง

-น้ำสะอาด 1 / 2 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทรายขาว 1 / 2 ถ้วยตวง

-เกลือป่น 1 ช้อนชา

-กลิ่นบลูเบอรี่

-น้ำสะอาด 1 ½ ลิตร

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่น

www.bloggang.com

วิธีการทำ

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่นวิธีทำเริ่มจากการนำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง นำบลูเบอร์รี่แช่แข็งจำนวน 2 ถ้วยตวง ใส่ลงในหม้อ เติมน้ำสะอาด 1 / 2 ถ้วยตวง จากนั้นต้มจนเนื้อบลูเบอร์รี่นิ่ม โดยจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ปิดไฟแล้วนำไปตั้งพักไว้ให้เย็น

-นำบลูเบอร์รี่ไปปั่นให้ละเอียด โดยการค่อย ๆ ใส่ลงไปทีละนิดหรือประมาณครึ่งหนึ่งของโถปั่น เมื่อได้ความละเอียดตามต้องการแล้วให้นำไปเทลงในหม้อ 

-เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำสะอาด 1 ½ ลิตร ตามลงไป คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟ ซึ่งในการต้มให้ใช้ไฟปานกลาง ใช้เวลาต้มประมาณ 20 นาที ปิดไฟแล้วนำไปตั้งพักไว้ก่อน หยดหลิ่นบลูเบอร์รี่ใส่ลงไป 3-4 หยด คนให้เข้ากัน

-เมื่อน้ำบลูเบอรี่เย็นแล้วให้นำไปกรองเพื่อเอากากออก นำน้ำที่ได้เทใส่แก้วแต่งหน้าด้วยบลูเบอรี่ให้สวยงามก่อนยกเสิร์ฟน้ำบลูเบอร์รี่ปั่นสูตรเด็ดได้เลยค่ะ

สูตรน้ำบลูเบอร์รี่ปั่น สูตรที่ 2

ส่วนผสมและวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

-บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 1 ถ้วยตวง

-น้ำเปล่าต้มสุก 1 /2 ถ้วย

-น้ำบลูเบอร์รี่สำเร็จรูป 1 /2 ถ้วยตวง

-เกลือป่น

-น้ำแข็งป่น 

ส่วนผสมทำน้ำเชื่อม

-น้ำตาลทรายขาว 10 ช้อนโต๊ะ

-น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง 

วิธีการทำ

-ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการเตรียมทำส่วนผสมของน้ำเชื่อมเอาไว้ก่อน โดยการเทน้ำสะอาดลงในหม้อ จากนั้นใส่น้ำตาลทรายขาวลงไปในหม้อ ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายหมด ( ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ) ปิดไฟแล้วยกลงไปตั้งพักเอาไว้ก่อน

-เตรียมเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ใส่น้ำแข็งป่นลงไปประมาณ 1 / 2 ของโถปั่น ใส่น้ำเชื่อมลงไป 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 3-4 ช้อนโต๊ะ ( ใส่บลูเบอร์รี่ได้ตามใจชอบ ) เติมน้ำบลูเบอร์ร่ำเร็จ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วปั่นรวมกัน โดยจะต้องปั่นให้ได้เนื้อที่มีลักษณะเนียนละเอียดด้วย จากนั้นเทใส่แก้วและตกแต่งให้สวยงาม เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับสูตรดี ๆ ที่เรานำมาฝาก ซึ่งวันนี้เราก็มีน้ำบลูเบอร์รี่ปั่นสูตรเด็ดมาให้เลือกทำตามกันถึง 2 สูตร ใครชอบหรือถนัดทำตามสูตรไหนก็สามารถนำสูตรไปทำตามได้เลยค่ะ เสร็จแล้วอย่าลืมกระจายความอร่อยไปให้เพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ 


น้ำบลูเบอร์รี่ปั่นมีดียังไงทำไมใคร ๆ ก็ชอบทาน

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่น

www.sukkaphap-d.com 

น้ำบลูเบอร์รี่ปั่น รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ทานได้เรื่อย ๆ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บลูเบอร์รี่ปั่นส่วนผสมหลัก คือ บลูเบอร์รี่ ซึ่งนอกจากเมนูบลูเบอร์รี่ปั่นแล้วก็ยังสามารถนำไปทำเมนูอื่น ๆ ได้หลากลหาย 

บลูเบอร์รี่มีวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิวทำให้ผิวเนียนใส ไร้รอยดำ , ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี , มีวิตามินซีช่วยให้ผิวใสไร้สิว , บำรุงสายตาและช่วยในการมองเห็น , ป้องกันการเกิดตาเป็นต้อ , แก้เจ็บคอ , แก้หวัด , แก้คัดจมูก , ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ , มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก , อุดมสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย , ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น 

นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงประสาท ป้องกันการป่วยเป็นโรตอัลไซเมอร์ , ช่วยให้นอนหลับสบาย , ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก , ป้องกันอาการตาแห้ง , ป้องกันโรคมะเร็งขึ้นตา ฯลฯ

Categories
เครื่องดื่ม

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง เครื่องดื่มสมุนไพรไทยกลิ่นหอมชื่นใจต้านได้สารพัดโรค

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.cooking.kapook.com 

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้งเป็นเครื่องดื่มที่ดีและมีประโยชน์บ้านไหนมีคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุก็สามารถทำติดตู้เย็นเอาไว้ให้ท่านทานได้นะคะ เพราะนอกจากจะอร่อยชื่นใจแล้ง ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกเมนูหนึ่งจะไปหาซื้อบ่อย ๆ ก็ทั้งเปลืองเงินและเวลา แถมยังต้องไปเสี่ยงกับเชื้อโรคนอกบ้านอีก แต่อย่ากังวลไปค่ะวันนี้เราได้หาสูตรการทำอร่อย ๆ และสามารถทำได้ง่าย ๆ มาฝากคุณด้วย

วิธีการทำน้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้งง่าย ๆ ทำแช่ตู้เย็นไว้จะทานเมื่อไหร่ก็ได้

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง ” ฟังชื่อแล้วเหมือนจะมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ อันที่จริงแล้วขั้นตอนการทำไม่ยากอย่างที่คิดแถมยังใช้เวลาในการทำไม่นาน ใครงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา ก็สามารถทำเมนูนี้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่คุ้มค่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับกลับมา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลารีบตามมาดูวิธีการทำกันเลยดีกว่าค่ะ 

ส่วนผสมและวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

-น้ำสะอาด 250 มิลลิลิตร

-กระชายสด 1 กรัม 

-น้ำ 1.5 ลิตร

-ใบเตย 5-10 ใบ

-น้ำผึ้ง ( ปริมาณตามใจชอบ )

-น้ำแข็ง ( ปริมาณตามใจชอบ )

วิธีการทำ

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.pantip.com

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้งวิธีทำเริ่มจากการนำกระชายมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปใส่ในเครื่องปั่น ตามด้วยการใส่น้ำสะอาด 250 มิลลิลิตร ตามลงไปปั่นให้ละเอียด

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.pantip.com

-เมื่อปั่นละเอียดดีแล้วให้นำน้ำกระชาย ที่ได้มากรองเอาเฉพาะน้ำ โดยจะกรองซ้ำทั้งหมด 3 รอบ เพื่อเอากากและฟองออกให้หมด แล้วตั้งพักเอาไว้ก่อน

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.pantip.com

-นำไปเตยมาล้างทำความสะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง เทน้ำสะอาด 1.5 ลิตร ใส่ลงในหม้อ รอจนน้ำเริ่มเดือดจึงนำใบเตยใส่ลงไปต้ม โดยจะใช้เวลาต้มประมาณ 10 นาที หรือจนเริ่มมีกลิ่นหอมของใบเตยโชยขึ้นมา จากนั้นปิดไฟแล้วนำมาตั้งพักไว้แล้วรอจนน้ำใบเตยเย็น

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.pantip.com

-เมื่อน้ำใบเตยเย็นแล้วให้นำน้ำกระชายเทผสมลงไป ตามด้วยน้ำผึ้งในปริมาณตามใจชอบแล้วคนผสมให้เข้ากัน หากชอบหวานมากก็สามารถเติมน้ำผึ้งเพิ่มเข้าไปอีกได้ ในขั้นตอนนี้ใครอยากเพิ่มรสเปรี้ยวก็สามารถทำได้โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปได้เลยนะคะ จะได้น้ำกระชายน้ำผึ้งมะนาว ซึ่งมีความอร่อยสดชื่นไปอีกแบบหนึ่งค่ะ 

-นำน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเทน้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้งใส่แก้ว พร้อมยกเสิร์ฟความอร่อยได้เลยค่ะ 

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้งทานแล้วดียังไง ? 

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง

www.youtube.com 

น้ำกระชายใบเตยน้ำผึ้ง เป็นการเปลี่ยนเมนูน้ำกระชายธรรมดา ๆ ให้น่าทานและทานง่ายมากขึ้น เนื่องจากธรรมชาติของกระชายจะมีความเผ็ดร้อนอยู่มาก อีกทั้งยังค่อนข้างขมด้วยจึงทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้จะรู้ว่ามีประโยชน์มากก็ตาม ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นทสูตรที่สามารถทานได้ง่ายขึ้นมา กระชาย ( Fingerroot , Chinese ginger ) หรือ กระชายขาว , กระชายเหลือง เป็นพืชสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งในน้ำกระชายสรรพคุณดี ๆ มีหลายประการ อาทิเช่น ช่วยต้านหวัด ,แก้วิงเวียนศีรษะ ,ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด-19 , ลดไขมันในเลือด , ช่วยเพิ่มสมรรถภาพเพศชาย , รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ , ช่วยต้านอนุมูลอิสระ , ลดและบรรเทาอาการแผลในช่องปาก ฯลฯ 

นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากใบเตย ( Pandanus Palm , Fragrant Pandan ) ด้วยและสรรพคุณของใบเตยก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน อาทิเช่น ช่วยลดความดันโลหิต , ช่วยดับพิษไข้ , แก้หวัด , ลดระดับน้ำตาลในเลือด , บำรุงหัวใจ , แก้กระหายน้ำ , แก้ร้อนใน , รักษาเบาหวาน , ช่วยละลายนิ่วในไต ฯลฯ 

จัดว่าเป็นเมนูดี ๆ ที่สามารถทำทานแองได้ง่าย ๆ แม้จะงานยุ่งและไม่ค่อยมีเวลาแต่เรื่องสุขภาพก็มีความสำคัญมากเช่นกัน แนะนำให้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดทำใส่ขวดปิดฝาให้มิดชิดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นเอาไว้ อยากทานเมื่อไหร่แค่เปิดตู้เย็นก็จะมีเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่มากด้วยประโยชน์รอให้คุณมาเปิดดื่มได้ทันที และหากใครอยากจะนำไปทำขายสร้างรายได้ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ อีกเช่นกันค่ะ

Categories
เครื่องดื่ม

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย เมนูเครื่องดื่มธัญพืชสารพัดประโยชน์ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

www.goodlifeupdate.com 

ปกติแล้วเรามักจะเห็นเมล็ดเชียในเมนูลดความอ้วนต่าง ๆ แต่วันนี้มาในแนวเครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อนกันบ้างนะคะกับชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย โดยจะเป็นการเปลี่ยนเมนูชาเย็นที่แสนธรรมดามาเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพกันบ้าง ซึ่งเมนูนี้ก็ยังจะมีการมิกซ์กับพุดดิ้งเมล็ดเจียด้วย แต่รับรองว่าเป็นการมิกซ์ที่อร่อยลงตัวมาก ๆ เป็นความแปลกใหม่ที่มาพร้อมความคูลของเมล็ดเชียที่ไม่ว่าจะนำไปผสมกันเมนูไหนก็อร่อยปังทุกเมนู ตามมาดูกันค่ะว่าสูตรที่เรานำมาทำในวันนี้จะปังแค่ไหน เริ่มกันเลย !!

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย ทำดื่มได้ สุขภาพดีด้วย

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

www.mahosot.com

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเมนูชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจียมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรายังไงบ้าง เนื่องจากเมนูนี้ได้นำชาเย็นมาประยุกต์โดยได้มีการนำเมล็ดเจียมาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้มากขึ้น วันนี้เราจึงได้หยิบยกเอาประโยชน์ต่าง ๆ ของเมล็ดเจียมาให้ทุกกคนได้รู้จักกันค่ะ

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

www.greenektar.com 

เมล็ดเจีย หรือ เมล็ดเชีย ( Chia seed ) เป็นธัญพืชที่ถือกำเนิดมาจากทะเลทราย ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ,โปรตีน , ไฟเบอร์ , กรดไขมันโอเมก้า 3 , สารต้านอนุมูลอิสระ , วิตามินเอ , วิตามินบี1 , วิตามินบี2 , วิตามินบี3 , แคลเซียม , ธาตุเหล็ก , แมกนีเซียม , ฟอสฟอรัส , สังกะสี ฯลฯ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง , ช่วยรักษาอาการผนังลำไส้อักเสบ , ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด , ลดความดันโลหิตสูง , ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย 

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ( แอลฟาไลโนเลนิก) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องอาศัยการทานเข้าไปเท่านั้น , ป้องกันโรคเบาหวาน , ป้องกันโรคมะเร็ง , ป้องกันโรคอ้วน , ดีท็อกซ์ลำไส้ , ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น , บำรุงสมองและความจำ , ป้องกันโรคกระดูดพรุน , ฯลฯ

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

www.fudthai.blogspot.com 

เมล็ดเจียทำอะไรได้บ้าง ? เมล็ดเจียมีวิธีการทานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปผสมในเมนูอาหาร-เครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งก็มีหลากหลายเมนูด้วยกัน เช่น เมล็ดเจียผสมโยเกิร์ตและกีวี , พุดดิ้งมะม่วงเมล็ดเจีย , พุดดิ้งมะม่วงเมล็ดเจีย ข้าวโอ๊ต และบลูเบอร์รี่ , สมูทตี้กล้วยหอมผสมเมล็ดเจีย , สมูทตี้มิกซ์เบอร์รี่เมล็ดเจีย ฯลฯ 

วิธีทำชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย เมนูที่ทั้งอิ่มทั้งอร่อย 

ชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

www.goodlifeupdate.com

วัตถุดิบและส่วนผสมที่ต้องเตรียม

-ผงชาดำ 4 ช้อนโต๊ะ 

-นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ 

-น้ำตาลทราย 8 ช้อนโต๊ะ

-นมข้นจืด 1 / 2 ถ้วย

-เมล็ดเจียแห้ง 1 / 4 ถ้วย

-นมสด 1 ถ้วย

-น้ำเปล่า 2 ถ้วย

-น้ำแข็ง 10 ถ้วย 

วิธีการทำชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจีย

-เรามาเริ่มจากการทำพุดดิ้งเมล็ดเจียง่าย ๆ กันก่อนนะคะ โดยการนำเมล็ดเจียมาแช่ในนมสดแล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น โดยจะใช้เวลาในการแช่นานประมาณ 6 ชั่วโมง ( แช่กันข้ามคืนไปเลยค่ะ ดังนั้นใครจะทำเมนูนี้ต้องเผื่อเวลานิดนึงน๊า ) 

-ขั้นตอนต่อไปเป็นการทำชาเย็นค่ะ นำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง ใส่ผงชาและน้ำเปล่าลงในหม้อแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นรอให้หม้อเดือดแล้วปิดไฟ ยกลงมาตั้งพักไว้ก่อนประมาณ 5 นาที แล้วนำชาที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบางอีกรอบค่ะ

-เมื่อกรองชาเสร็จแล้ว ให้เติมน้ำตาลและนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะ ลงไป และคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่นมข้นจืดลงไปแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้งก็จะได้ชาเย็น

-ต่อด้วยการนำไปปั่นรวมกันกับน้ำเข็งที่เตรียมไว้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เติมนมข้นหวานลงไปอีก 2 ช้อนโต๊ะ แล้วปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้วที่เตรียมไว้และราดหน้าด้วยพุดดิ้งเมล็ดเจีย ยกเสิร์ฟได้เลย !! และด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแค่นี้ก็จะได้เครื่องดื่มธัญพืชแสนอร่อยเอาไว้ทานเองที่บ้านแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมทำทานกันบ่อย ๆ นะคะ

Categories
เครื่องดื่ม

ชวนมาทำสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตแบบง่ายๆ เมนูตะมุตะมิสำหรับคนชอบทานมะม่วง

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.gourmetandcuisine.com 

มะม่วงสุกจัดว่าเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งมะม่วงเป็นผลไม้ที่หาง่ายและมีให้ทานกันตลอดปีเลยทีเดียวค่ะ เรียกว่าอยากทานเมื่อไหร่ก็มีให้ทานเมื่อนั้น ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการจะได้ทานมะม่วงจะต้องเป็นเฉพาะในฤดูกาลเท่านั้น ต่อมาได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนสามารถมีมะม่วงได้ตลอดทั้งปี แถมยังมีหลากหลายสายพันธุ์ด้วย เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงสามฤดู มะม่วงแก้ว มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงโชคอนันต์ ฯลฯ สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตก็เป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อย รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ แอบมันหน่อย ๆ หอมกลิ่นมะม่วงโชยมา โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน ๆ แบบนี้ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ ใครยังไม่เคยทานต้องลองหัดทำตามสูตรที่เรานำมาฝากวันนี้ รับรองว่าอร่อยจนต้องขอเบิ้ลอีกแก้วแน่นอนค่ะ 

ขั้นตอนการทำสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต ทำแล้วอร่อย ทานแล้วฟิน

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.smeleader.com 

ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนเราจะทานเฉพาะมะม่วงสุกเป็นผลไม้ทั่วไป ไม่ว่าจะทานเป็นของว่างหรือเพื่อสุขภาพเราก็ทานแบบนั้นตลอดเลยล่ะค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้ลองทานเมนูสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตจากงานอีเว้นท์งานหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งจุดเริ่มต้นแค่เพียงเราลองสั่งมั่ว ๆ ตามเพื่อนเท่านั้นเอง แต่พอได้ลองทานก็ต้องแอบร้องว้าวในใจ คืออร่อยมากจริง ๆค่ะ ชอบในความอร่อยละมุนแบบลงตัว ไม่คิดว่ามะม่วงกับโยเกิร์ตพอรวมกันแล้วจะดีงามจริงขนาดนี้ เราก็เลยค้นหาสูตรแล้วเอามาลองทำตามดูแล้วก็ได้สูตรดี ๆ วันนี้ก็เลยอยากชวนมาทำสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตสูตรเด็ดด้วยกัน คนพร้อม ผ้ากันเปื้อนพร้อม งั้นก็มาเริ่มกันเลย !

ส่วนผสมและวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.cookpad.com

-มะม่วงสุก 1/2 ลูก ( แนะนำว่าควรเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้จะได้ความหอมอร่อยยิ่งขึ้นค่ะ )

-ไซรัปมะม่วง 45 มิลลิลิตร

-น้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร

-โยเกิร์ต 60 มิลลิลิตร ( รสธรรมชาติ )

-น้ำแข็ง 1 แก้ว ( ขนาดแก้ว 22 ออนซ์ )

-น้ำสะอาด 30 มิลลิลิตร 

-เกลือเล็กน้อย

วิธีการทำ

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.cookpad.com

-เริ่มจากการหั่นมะม่วงลงในโถปั่น แล้วนำน้ำแข็ง ไซรัปมะม่วง น้ำเชื่อม เกลือ ( ประมาณ 1 หยิบมือ ) และน้ำสะอาด ใส่ตามลงไป  จากนั้นปั่นรวมกันให้ละเอียด

-นำใส่โยเกิร์ตตักใส่แก้วที่เตรียมไว้ประมาณครึ่งแก้ว หรือปริมาณตามต้องการ 

-เทน้ำมะม่วงปั่นตามลงไปอีกชั้นหนึ่ง แล้วแต่งหน้าด้วยมะม่วงสุกหั่นเป็นชิ้นสวยงาม จะได้สมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้ หอม อร่อย พร้อมยกเสิร์ฟ

บางสูตรจะนำวัตถุดิบทุกอย่างมาปั่นรวมกันทีเดียว แต่เราต้องการให้มีความสวยงามมากขึ้นจึงทำให้มีแยกชั้นกัน ดังนั้นก่อนทานแนะนำให้คนก่อนนะคะ ถ้ามีรสหวานเกินไปให้เติมน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยค่ะ 

ประโยชน์ดี ๆ ที่มีในสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต 

หลังจากที่ได้ลองทำสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตตามสูตรที่เราแนะนำกันไปแล้วก็อาจจะมีวัตถุดิบที่ยังเหลืออยู่อย่าเพิ่งทิ้งกันนะคะเพราะยังสามารถนำไปทำเป็นน้ำสมูทตี้มะม่วงและน้ำมะม่วงปั่นอร่อย ๆ ได้อีกค่ะ 

แต่นอกจากความอร่อยแล้วเราก็ยังได้ประโยชน์จากเครื่องดื่มแสนอร่อยนี้ด้วย ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการที่เราจะได้จากการทานสมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ตมีดังนี้

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.girlsallaround.com

มะม่วง ( Mango ) ประกอบด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการมากมายไม่ว่าจะเป็น พลังงาน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล เส้นใย ไขมัน โปรตีน วิตามินเอ เบตาแคโรทีน วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี6 วิตามินบี9 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี ฯลฯ

มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง บำรุงสายตา ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืด ฯลฯ

สมูทตี้มะม่วงโยเกิร์ต

www.topbestbrand.com

โยเกิร์ต ( Yogurt ) ประกอบด้วยโปรตีนมากกว่านมร้อยละ 20 และมีวิตามินชนิดต่าง ๆ ด้วย พบว่าการทานโยเกิร์ตส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายเนื่องจากมีโพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ซึ่งหากทานโยเกิร์ตก่อนนอนจะสามารถช่วยลดอาการหิวในช่วงดึกได้ดีเพราะมีโปรตีนเข้มข้นจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น นอกจากนี้การทานโยเกิร์ตยังมีส่วนช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น ใครที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่ค่อยหลับแนะนำให้ลองทานโยเกิร์ตก่อนนอนลองดูนะคะ เนื่องจากในโยเกิร์ตมีสารทริปโตเฟนซึ่งจะทำให้เกิดความง่วงและยังกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า เซโรโทนิน ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและง่วงได้ง่ายขึ้น ฯลฯ