Categories
อาหารไทย

เอาใจคนรักสุขภาพด้วยเมนูข้าวยำปักษ์ใต้สูตรเด็ดและเหตุผลดี ๆ ที่ควรทาน

ข้าวยำปักษ์ใต้

https://www.topspicks.tops.co.th/single-post/exclusive-recipes-spicy-rice-salad-with-vegetable

ข้าวยำปักษ์ใต้ เป็นอาหารใต้ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย มีต้นกำเนิดไม่แน่ชัดแต่เชื่อกันว่ามีที่มาจากธรรมเนียมการทานอาหารของประเทศมาเลเซีย สมัยที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสุลต่านแห่งปัตตานีได้มีพื้นที่ยาวไปจนถึงรัฐกลัยตันของมาเลเซีย จึงทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมบางส่วนมาด้วยและคาดว่าเมนูข้าวยำก็เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มานั่นเอง

จัดว่าเป็นเมนูที่มีประโยชน์ทางโภชนาการมากอีกเมนูหนึ่ง ปัจจุบันได้มีการทำสูตรต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบบปกติธรรมดาที่เราทานกัน , สไตล์อาหารคลีน , อาหารคีโต , อาหารมังสวิรัติ ฯลฯ เป็นเมนูที่มีส่วนผสมของสมุนไพรมากมาย มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นอาหารของภาคใต้อย่างเด่นชัด ใช้วัตถุดิบง่าย ๆ หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด มีวิธีการทำไม่ซับซ้อน พ่อครัวหรือแม่ครัวมือใหม่ที่ยังทำอาหารไม่เก่งก็สามารถทำทานเองได้ แค่ทำตามวิธีดังต่อไปนี้

วิธีทำข้าวยำปักษ์ใต้ ทำง่าย ทานได้ไม่อ้วน

ส่วนผสมและวัตถุดิบที่ต้องเตรียม

ข้าวยำปักษ์ใต้

www.cookpad.com

-ข้าวสวย 1 ถ้วย

-กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย

-มะพร้าวแห้งฝอยนำไปคั่วจนเหลืองกรอบ 1 ถ้วย

-พริกขี้หนูคั่วป่น 2 ช้อนชา

-ถั่วงอกเด็ดหาง 1 ถ้วย

-ตะไคร้หั่นฝอย 3 ต้น

-ถั่วฝักยาวหั่นฝอย 1 ถ้วย

-ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ถ้วย

-มะนาว 1 ลูก

-มะม่วงหั่นเป็นเส้นในปริมาณตามต้องการ

เครื่องปรุงน้ำบูดู

-น้ำบูดู 1 ส่วน 2 ถ้วย

-น้ำเปล่า 1 เศษ 1 ส่วน 2 ถ้วย

-ปลาอินทรีย์เค็ม 1 ชิ้น

-น้ำตาลปี๊บ 1- 2 ช้อนชา

-หอมแดงทุบพอแตก 4 หัว

-ตะไคร้หั่นท่อน 1 ต้น

-ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ

ข่ายาว 1 นิ้วทุบพอแตกจำนวน 1 ชิ้น

วิธีทำข้าวยำปักษ์ใต้

ข้าวยำปักษ์ใต้

https://pantip.com/topic/35049465

-การทำ ข้าวยำปักษ์ใต้ จะเริ่มจากการทำน้ำบูดู โดยการนำน้ำใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟในระดับปานกลาง เมื่อน้ำเริ่มร้อนนำปลาอินทรีย์เค็มใส่ลงในหม้อและต้มจนเนื้อปลาเริ่มเปื่อย จากนั้นปิดไฟ ยกลงตักปลานำมาแกะเอาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อปลา

-นำหม้อขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟในระดับปานกลาง นำเนื้อปลาที่แกะแยกไว้ใส่ลงในหม้อ จากนั้นใส่น้ำบูดูตามลงไป คนให้เข้ากัน

-เมื่อน้ำเริ่มเดือดแล้วให้ใส่หอม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก น้ำตาลปี๊บ ลงในหม้อแล้วคนให้เข้ากัน ต้มต่อจนน้ำบูดูมีลักษณะเป็นเนื้อข้น ตักชิมรสชาติและปรุงรสให้ได้ความอร่อยตามต้องการ รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง ปิดไฟแล้วยกลงนำมาพักไว้ก่อน

-นำมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น และผักทั้งหมด มาคลุกให้เข้ากัน แล้วนำน้ำบูดูมาราดใส่ข้าวตามด้วยใส่น้ำมะนาวลงไป (ใส่มากน้อยตามความชอบ) คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะให้สวยงาม ยกเสิร์ฟเมนู อาหารใต้อร่อย ๆ พร้อมผักสดตามใจชอบได้เลยค่ะ

ประโยชน์ดี ๆ สรรพคุณเด่น ๆ ของข้าวยำปักษ์ใต้

ข้าวยำปักษ์ใต้

https://birdfresh.in.th/product/10099 

ข้าวยำปักษ์ใต้ เมนูอาหารใต้สารพัดประโยชน์ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพและเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับใช้ลดน้ำหนัก มีทั้งความอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจาก ข้าวยำปักษ์ใต้ส่วนประกอบ ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกพืชผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่าง ๆ เช่น กระเทียม มีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ แก้ไอ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อไวรัส และแบคทีเรียต่าง ๆ , มะพร้าว มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น และกระดูกให้แข็งแรง , หอมแดง มีสรรพคุณช่วยแก้อาการหวัด บำรุงร่างกาย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี , พริกขี้หนู มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยย่อยอาหาร , ตะไคร้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด , ใบมะกรูด มีสรรพคุณช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร ช่วยขับลม ขับระดูของผู้หญิง ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก ฯลฯ

ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การหารายได้เพิ่มจากงานหลักจัดว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย การทำข้าวยำปักษ์ใต้ ขายเพื่อหารายได้เพิ่มในช่วงวันหยุดโดยการวางขายตามตลาดนัดแถวบ้านก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่แน่ว่าสูตรความอร่อยนี้อาจจะทำให้คุณมีรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าที่คิดไว้ก็ได้ค่ะ

Categories
อาหารไทย

ลาบเห็ด เมนูสุขภาพรสแซ่บ ทำทานได้ทุกวัน ไร้ไขมัน ไม่ทำให้อ้วน

ลาบเห็ด

www.easycookingmenu.com

เห็ด คือ ชีวอินทรีย์ที่สามารถจำแนกออกได้มากกว่า 30,000 ชนิดทั่วโลก ทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ ปัจจุบันเมนูเห็นนิยมนำมาใช้ทำเป็นเมนูต่าง ๆ มากมาย รวมถึงเมนูอาหารเพื่อสุขภาพด้วย เนื่องจากเห็ดถือเป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติชั้นดี ปราศจากไขมัน มีสรรพคุณช่วยในการไหลเวียนของเลือด ป้องกันโรคหวัด เสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยลดไขมันในเลือดได้

เมนู ลาบเห็ด 3 อย่าง คือ การนำเห็ดชนิดใดก็ได้ 3 ชนิด มายำรวมกัน โดยวิจัยพบว่ามีฤทธิ์ช่วยต้านและยับยั้งสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ได้ หากทานอย่างสม่ำเสมอจะยิ่งเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาอื่น ๆ อีกมากมาย

ลาบเห็ด จึงเป็นเมนูอาหารรสแซ่บอร่อย อาหารพื้นบ้านอีสานที่นอกจากจะอร่อยถูกปากถูกใจใครหลาย ๆ คนแล้วยังมีสรรพคุณมากมาย แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว ลาบเห็ดยั่ว ๆ แซบนัวอร่อย จะมีวิธีทำยังไงไปดูกัน!

วิธีทำลาบเห็ดรสเด็ดยั่วน้ำลายสำหรับคนรักสุขภาพ

วัตถุดิบและส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ลาบเห็ด

www.bloggang.com

-เห็ดเข็มทองหั่นท่อน 100 กรัม

-เห็ดออรินจิ 100 กรัม

-เห็ดชิเมจิ 100 กรัม ( เห็ด 3 อย่าง สามารถเลือกชนิดของเห็ดที่ชอบทานได้ตามใจชอบ )

-หมูบด 100 กรัม

-หอมแดงซอย 4 หัว

-ผักชีฝรั่งซอย 3 ต้น

-ใบสะระแหน่ 10 ใบ

-น้ำเปล่า

-แตงกวา

-ถั่วฝักยาว

-กะหล่ำปลี

-ใบโหระพา

-พริกป่น 2 ช้อนชา

-ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา

-น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

-ผงชูรส

วิธีการทำ

ลาบเห็ด

www.youtube.com 

-การ ทำลาบเห็ด เราจะเริ่มจากการตั้งกระทะโดยใช้ไฟปานกลาง เติมน้ำเปล่าลงไปในกระทะพอประมาณ ( ระวังอย่าใส่น้ำเยอะจนเกินไป ใส่แค่พอรวนหมูและเห็ดสุกก็พอ เพราะเราต้องการน้ำแค่พอขลุกขลิกเท่านั้นค่ะ) เมื่อน้ำเดือดให้นำหมูสับใส่ลงไป จากนั้นรวนหมูจนสุก

-ใส่เห็ด 3 อย่างที่เตรียมไว้ตามลงไป ปรุงรสด้วยผงชูรสและคนให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนเห็ดสุก จากนั้นตักใส่อ่างผสม

-ใส่เครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ รวมถึงผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีฝรั่ง น้ำตาล น้ำปลา มะนาว จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสชาติอร่อยตามใจชอบ เมื่อได้รสชาติอร่อยตามต้องการแล้วตัก ลาบเห็ด ใส่จาน และแต่งหน้าจานให้สวยงาม เสิร์ฟ ลาบเห็ด 3 อย่าง พร้อมกับผักสดรับรองความอร่อยค่ะ

เห็ดต่าง ๆ ที่นิยมนำมาทำเมนูลาบเห็ดและประโยชน์ดี ๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

ลาบเห็ด

www.thaiza.com

เห็ดที่สามารถนำมาทำเมนู ลาบเห็ด 3 อย่าง นั้น สามารถเลือกนำมาทำได้แทบทุกชนิดสามารถเลือกได้ตามใจชอบ ซึ่งนอกจากนี้ยังสามารถทำเมนู ลาบเห็ดรวม และเมนู ลาบเห็ด อื่น ๆ ได้เช่นกัน แต่ที่คนนิยมนำมาทำทานกันมีดังนี้ 

-เห็ดออรินจิ ( Oringi Mushroom ) ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยมเป็นแหล่งพลังงานที่ดี ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยเพิ่มระดับฮีโมโกลบินในเลือด อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ

-เห็ดเข็มทอง ( Golden needle Mushroom ) มีสรรพคุณช่วยขับสารพิษออกจากลำไส้-กระเพาะอาหาร รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาอาการลำไส้อักเสบ รวมถึงโรคตับด้วย

-เห็ดโคนญี่ปุ่น ( Japanese cone Mushroom ) ช่วยป้องกันโรคไทรอยด์ แก้ไอ แก้บิด และอาการคลื่นไส้

-เห็ดหอม ( Shiitake Mushroom ) ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง

-เห็ดนางฟ้า ( Sajor-caju Mushroom ) ช่วยบำรุงหัวใจและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้เดินได้สะดวกมากขึ้น

-เห็ดหูหนูขาว ( White ear Mushroom ) ช่วยรักษาอาการโรคความดันโลหิต ป้องกันโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย 

-เห็ดหูหนูดำ ( Black ear Mushroom ) มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด ไต ช่วยให้กระเพาะอาหารให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยรักษาอาการโรคกระเพาะ และโรคริดสีดวงได้ ฯลฯ

-เห็ดฟาง ( Straw Mushroom ) มีวิตามินซีสูง กรดอะมิโนหลายชนิด มีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้นกันในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการติดเชื้อต่าง ๆ ช่วยสมานแผล และช่วยลดความดันโลหิตได้ดีด้วย ฯลฯ

จัดว่าเป็นความอร่อยที่มาพร้อมกับสุขภาพดี ๆ ที่ใครหลาย ๆ คนต้องการ ขั้นตอนในการทำก็ง่าย ทำทานเป็นกับข้าวได้ ทำเป็นกับแกล้มดี หรือจะทานเล่นเพลิน ๆ แซ่บ ๆ ก็ฟินไม่เบา งั้นมื้อเย็นนี้ลงมือทำทานกันเลยนะคะ

Categories
อาหารไทย

เผยเคล็ดลับความอร่อย ปลาคังแกงเขียวหวานสะตอสูตรเด็ดทำง่ายๆ อร่อยได้ทั้งบ้าน

ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

https://cooking.kapook.com/view90868.html

ปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ เป็นเมนูอาหารไทยที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกันกับแกงเขียวหวาน ประกอบด้วยเครื่องแกงรสอร่อยและมีความหอมกรุ่นเครื่องแกงโชยแต่ไกลชวนให้มาชวนให้มาลิ้มลอง อีกทั้งเนื้อปลาคังที่มีความกรุบ ๆ เหนียว ๆ คล้ายกับเนื้อของปลาบึก เวลาทานจึงยิ่งมีความอร่อยมากยิ่งขึ้น ใส่สะตอและมะเขือทำให้มีความกล่อมกล่อมเข้ากันอย่างลงตัว จึงอยากขอแนะนำให้ลองทำเมนูนี้อีกสักเมนูเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร แต่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าความอร่อยนั่นก็คือ ประโยชน์ดี ๆ ที่ร่างกายจะได้รับ ซึ่งเมนูนี้ก็มีพืชผักสมุนไพรที่มากด้วยประโยชน์อยู่มากมายไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นหอม กระเทียม พริกไทย พริกชี้ฟ้าเขียว ฯลฯ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร , ช่วยขับลม , แก้หวัด , ช่วยขับเสมหะ , ลดอาการภูมิแพ้ , ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือด , ป้องกันโรคมะเร็ง , รักษาอาการอักเสบ , รักษาโรคผิวหนังอันเกิดมาจากเชื้อรา ฯลฯ

แนะนำวิธีทำเมนูปลาคังแกงเขียวหวานสะตอรสอร่อย เมนูสุขภาพง่าย ๆ ทำทานเองได้ไม่เปลืองตังค์

ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=jazzy-bong&month=03-2014&date=04&group=3&gblog=123

วัตถุดิบและส่วนผสมทำน้ำพริกแกงเขียวหวาน

-ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนคาว

-ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา

-พริกไทยขาวเม็ด 5 เม็ด

-พริกขี้หนูสวนสีเขียว 30 – 50 เม็ด

-เกลือป่น 1 ช้อนชา

-ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา

-ตะไคร้ซอย 1 ช้อนคาว

-ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 / 2 ช้อนชา

-รากผักชีหั่น 1 ช้อนชา

-กระเทียมสับ 9 กลีบ

-หอมแดงซอย 3 หัว

-กะปิ 1 ช้อนชา

ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=jazzy-bong&month=03-2014&date=04&group=3&gblog=123

วัตถุดิบและส่วนผสมทำแกงเขียวหวานปลาคังสะตอ

-น้ำพริกแกงเขียวหวาน

-น้ำมันพืช 1 ช้อนคาว

-หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง

-เนื้อปลาคังสด 500 กรัม ( ควรล้างเนื้อปลาคังด้วยเกลือหรือน้ำมะขามเปียกและล้างน้ำให้สะอาด เพื่อช่วยลดกลิ่นคาวของปลา )

-หางกะทิ 1 ถ้วยตวง

-น้ำปลา 1 ช้อนคาว

-เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนคาว

-สตอ 300 กรัม

-ใบมะกรูดฉีก 2-3 ใบ

-กระชายซอยฝอย 100 กรัม ( ขูดเปลือกด้านบนออกแล้วนำมาซอยเป็นฝอย )

-พริกชี้ฟ้าแดง – เขียว – เหลือง หั่นเฉียง

-ใบโหระพา

วิธีทำน้ำพริกแกงเขียวหวาน

-วิธีทำน้ำพริกแกงเขียวหวาน เริ่มจากการนำลูกผักชี ยี่หร่า พริกไทยขาวเม็ด โขลกให้ละเอียดแล้วตักใส่ถ้วยพักไว้

-โขลกพริกขี้หนูสีเขียวและเกลือเข้าด้วยกัน ตามด้วยใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี แล้วโขลกรวมกันให้ละเอียด

-ใส่กระเทียมสับและหอมแดงซอยโขลกรวมกันให้ละเอียดอีกครั้ง จากนั้นใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้รวมกันทั้งหมด ใส่กะปิลงโขลกรวมเข้าด้วยกันให้เป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นตักใส่ถ้วยพักไว้

วิธีทำปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ

ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

https://cooking.kapook.com/view90868.html

-เมนู ปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ เริ่มจากการนำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟในระดับปานกลาง เทน้ำมันพืชใช้ในกระทะพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปทำการผัดจนหอม

-ใส่หัวกะทิ 1 ถ้วย ลงไปเคี่ยวจนหัวกะทิแตกมันเล็กน้อย

-ใส่เนื้อปลาคังลงไปผัดให้สุก เมื่อเนื้อปลาเริ่มสุกแล้วให้เติมหางกะทิลงไป

-จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ตามด้วยการใส่สะตอ กระชายซอย และพริกชี้ฟ้า 3 สี ที่เตรียมไว้คนให้เข้ากัน จากนั้นต้มต่อสักครู่ เมื่อเริ่มเดือดอีกครั้งหนึ่ง สังเกตว่าสะตอก็จะเริ่มสุกพอดี

-นำโหระพาบางส่วนใส่ลงไปคนผสมเบาๆ จากนั้นปิดไฟทันที ( ในขั้นตอนนี้สำหรับคนที่ชอบทานกะทิ ให้แบ่งหัวกะทิไว้ส่วนหนึ่งก่อน แล้วนำไปเทใส่ในช่วงท้ายก่อนที่จะปิดไฟยกลง จะช่วยให้มีความเข้มข้นของกะทิและมีกลิ่นหอมของกะทิมากยิ่งขึ้น )

-ตักใส่ภาชนะสวยงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เท่านี้เมนูปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ สูตรเด็ดรสอร่อย ก็เป็นเสร็จเรียบร้อย 

เคล็ดลับความอร่อยเพิ่มเติมสำหรับเมนูปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ

https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=jazzy-bong&month=03-2014&date=04&group=3&gblog=123

นอกจากเมนู ปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ สูตรเด็ดที่เราได้นำมาฝากทุกคนแล้ว ส่วนหนึ่งของความอร่อยควรมาจากการเลือกวัตถุดิบที่มีความสดใหม่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร เช่น เนื้อปลาจะต้องไม่เปื่อยยุ่ย ไม่มีกลิ่น ตาปลามีความใส เวลาคนเนื้อปลาจะไม่เปื่อยยุ่ย และจะมีความหวานของเนื้อปลาที่สดใหม่แทน การเลือกผักจะต้องเลือกผักที่มีความสดใหม่ไม่เน่าช้ำ เมื่อเลือกวัตถุดิบที่มีความสดใหม่ได้แล้ว วิธีทำปลาคังแกงเขียวหวานสะตอ ก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมมถึงในขั้นตอนของการปรุงรส ผู้ปรุงจะต้องมีรสมือที่อร่อย สามารถปรุงรสได้กลมกล่อมด้วยจึงจะได้ ปลาคังผัดเขียวหวานสะตอ แสนอร่อยเอาไว้ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ทำเก่งทำคล่องแล้วถ้าจะทำขายสร้างรายได้ก็เป็นได้ไม่ยากเลยค่ะ

Categories
อาหารไทย

ผัดฉ่าปลาฉลาม เมนูเด็ดสุดฟินเต็มปากเต็มคำกับเนื้อแน่น ๆ คำโต ๆ

 ผัดฉ่าปลาฉลาม

https://cooking.kapook.com/view166786.html 

ผัดฉ่าปลาฉลาม เป็นเมนูที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ลองทาน เมื่อพูดถึงเนื้อปลาฉลามแล้วหลายๆคนก็อาจจะชะงักนิดนึงกับคำว่า ปลาฉลาม !! แค่นึกถึงกลิ่นคาวก็ลอยมาอะไรประมาณนั้นเลย ไม่แปลกที่เราจะคิดแบบนั้นค่ะเพราะปลาฉลามเป็นปลานักล่าที่ชอบกินเนื้อ ไม่ใช่ปลาสายตะมุตะมิอย่างที่เราเคยทานกัน แล้วเราจะทำยังไงให้น่าทานล่ะ ?

เอาล่ะ! เรามาลองนึกถึงเมนูผัดฉ่ากันก่อนนะคะ ผัดฉ่าเป็นเมนูที่มีเครื่องเทศและผักสมุนไพรที่ช่วยดับกลิ่นคาวมากมายไม่ว่าจะเป็น พริกไทย กระเทียม กระชาย ใบมะกรูด เครื่องเทศเหล่านี้จะช่วยดับกลิ่นคาวให้เราได้เป็นอย่างดี ส่วนเนื้อปลาฉลามจะมีลักษณะคล้ายเนื้อปลาทั่วไป เพียงแต่เนื้อปลาฉลามจะมีความแน่น ๆ เด้ง ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ พอตักเข้าปากเคี้ยวจะมีกลิ่นของหอม ๆ ช่วยกลบกลิ่นคาวของปลา ทำให้สามารถรับรสความแซ่บจัดจ้านสไตล์ผัดฉ่าแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น งานนี้ข้าวกี่จานก็ไม่พอแน่นอน พูดไปหิวไป ถ้ายังไงวันนี้เรามาลองลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบและขั้นตอนการทำเมนูผัดฉ่าปลาฉลามแสนอร่อย

ผัดฉ่าปลาฉลาม

https://pantip.com/topic/35125095

ผัดฉ่าปลาฉลาม

http://www.siamfishing.com/m/content/m.view.php?nid=211237&cat=recipe 

วัตถุดิบ

-เนื้อปลาฉลาม 500 กรัม

-พริกขี้หนู 1 / 2 ถ้วย

-กระเทียม 1 / 2 ถ้วย

-กระชายซอยฝอย 1 / 2 ถ้วย

-พริกไทยสด 1 / 2 ถ้วย

-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

-ใบมะกรูด 10 ใบ

-พริกชี้ฟ้าสีแดง 1 เม็ด

-พริกอ่อน 1 เม็ด

-ใบกระเพรา 1 ถ้วย

-น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่าเล็กน้อย

วิธีทําผัดฉ่าปลาฉลาม

ผัดฉ่าปลาฉลาม

https://cooking.kapook.com/view166786.html 

-เมนู ผัดฉ่าปลาฉลาม เราจะเริ่มจากการขูดเอาส่วนหนังออกไปก่อนแล้วนำไปล้างด้วยเกลือ ตามด้วยการล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด นำเนื้อปลาฉลามมาหั่นเป็นชิ้น ๆ หนาพอประมาณ ขนาดพอดีคำ

-นำพริก กระเทียม มาตำรวมกันให้ละเอียด (ใครชอบความเผ็ดระดับไหนจัดได้ตามใจชอบเลยค่ะ )

-นำกระทะขึ้นตั้งไฟโดยใช้ไฟในระดับปานกลาง จากนั้นใส่น้ำมันลงไปพอประมาณ เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน นำพริกและกระเทียมที่โขลกรวมกันเอาไว้แล้วใส่ลงไปในกระทะผัดให้มีกลิ่นหอมและมีสีเหลือง

-ใส่เนื้อปลาฉลามที่หั่นเตรียมเอาไว้ลงไปคนให้เข้ากันผัดให้พอสุก 

-จากนั้นนำกระชายหั่นเป็นฝอยใส่ตามลงไป ผัดให้เข้ากัน

-ใส่พริกไทยตามลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยการปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอย และน้ำตาลปี๊บ ปรุงรสชาติให้อร่อยตามใจชอบ

-เมื่อปรุงได้รสชาติที่ต้องการแล้ว ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป ตามด้วยพริกชี้ฟ้าและพริกอ่อน ผัดให้เข้ากัน

-ใส่ใบกระเพราตามลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน เมื่อผัดเข้ากันดีแล้ว ปิดไฟทันที สูตรผัดฉ่าปลาฉลาม รสเด็ดเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟความแซ่บ ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยเหาะกันเลยทีเดียวค่า !

เมนูผัดฉ่าปลาฉลามรสเด็ดที่ควรลอง

ผัดฉ่าปลาฉลาม

http://www.siamfishing.com/content/view.php?nid=211237&cat=recipe

เมนู ผัดฉ่าปลาฉลาม ที่มาพร้อม เครื่องผัดฉ่า รสชาติจัดจ้านกลิ่นหอมน่าทานและเนื้อปลาฉลามหยุ่น ๆ เด้ง ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ เต็มปากเต็มคำ ใครชอบเผ็ดทำเผ็ด ชอบแนวจัดจ้านแค่ไหนใส่ไปตามใจชอบ ลืมกลิ่นคาวของปลาไปได้เลยเพราะมี เครื่องผัดฉ่า ช่วยกลบกลิ่นคาวของเนื้อปลาฉลามได้เป็นอย่างดี คงเหลือไว้แต่ความหอมอร่อยของเครื่องเทศรสร้อนแรง 

นอกจากเนื้อปลาฉลามจะอร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางสารอาหารอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่มาจากกระดูกอ่อนของปลาฉลาม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน อีกทั้งยังมีสารที่ชื่อว่า สารมูโคโพลีแซคคาไรด์ และโปรตีน ที่สามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มต้านทานโรค ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดอาการอักเสบของผิวหนัง บรรเทาอาการโรคข้อเสื่อม มีคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ยืดหยุ่น ตึงกระชับ ฯลฯ เรียกว่าทั้งอะไรอร่อยและมีประโยชน์ ใครสนใจก็ลองนำวิธีการทำที่เราได้แนะนำไปทำตามกันได้นะคะ ไม่แน่ว่าเมนูนี้อาจจะกลายเป็นเมนูโปรดของที่บ้านก็ได้ค่ะ

Categories
อาหารไทย

ปิ๊งไอเดียอาหารเช้าต้อนรับวันใหม่ที่สดชื่นและสดใสด้วยเมนูข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

https://www.wongnai.com/recipes/thai-traditional-boiled-rice 

เช้า ๆ แบบนี้ได้ทานอะไรร้อน ๆ ก่อนไปทำงานคงจะดีไม่น้อยนะคะ เพราะการปล่อยให้ท้องว่างในวันที่ต้องเริ่มการทำงานอย่างเร่งรีบและยุ่งเหยิงคงจะไม่ดีแน่ ๆ ซึ่งก็อย่างที่เรารู้กันดีว่าอาหารมื้อเช้านั้นสำคัญต่อร่างกายมากแค่ไหน การไม่ยอมทานข้าวเช้าส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าคิดไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงต่อภาวะความจำสั้นหรือความจำเสื่อม ( โรคอัลไซเมอร์ ) , เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่ว , มีกลิ่นปาก , อารมณ์เสียและหงุดหงิดง่าย , ป่วยเป็นโรคหัวใจได้ง่าย , เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคอ้วน , ระบบเผาผลาญทำงานได้น้อยลง , มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานสูงเพราะร่างกายจะเกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่ายขึ้น , เสี่ยงต่อการเป็นกรดไหลย้อน ฯลฯ 

วันนี้เราจึงมีเมนูอาหารเช้า “ ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ รสนุ่มลิ้น ทานสบายท้อง และมีประโยชน์ด้วยวิธีทำง่าย ๆ เหมาะกับวันที่ต้องเร่งรีบให้คุณแม่บ้านทำให้คนในครอบครัวทานได้แบบไม่วุ่นวายอีกด้วยค่ะ

วิธีทำ “ ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ ” เมนูย่อยง่ายสบายท้อง

ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

https://www.wongnai.com/recipes/thai-traditional-boiled-rice 

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

-กระดูกหมู 800 กรัม

-รากผักชี 4 ราก

-น้ำเปล่า 3 ลิตร

-หัวเชื้อน้ำต้มกระดูกหมู 3 ช้อนโต๊ะ

-ข้าวหอมมะลิ 2 ถ้วย

-กุ้งแห้ง 50 กรัม

-ปลาหมึกแห้ง 50 กรัม

-ตั้งฉ่าย 2 ช้อนโต๊ะ

-หมูสับ 200 กรัม (ใส่ได้ตามใจชอบ)

-กระเทียมสับ 1 ถ้วย

-ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกไทย (ใส่ได้ตามใจชอบ)

-ต้นหอมซอย (ใส่ได้ตามใจชอบ)

-ขึ้นฉ่าย (ใส่ได้ตามใจชอบ)

วิธีทำข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

https://mthai.com/food/45458.html 

สูตรข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องโบราณ เริ่มจากการนำน้ำใส่หม้อ แล้วนำหม้อขึ้นตั้งไฟ ( ใช้หัวเชื้อกระดูกหมู 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำปริมาณ 1 ลิตร ) เมื่อน้ำเดือดแล้วใส่รากผักชีและกระดูกหมูนำลงไปต้มเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหรือจนกระดูกหมูเปื่อยนุ่ม

-ในระหว่างที่รอให้กระดูกหมูเปื่อยนุ่ม เราจะนำกระทะขึ้นตั้งไฟและใส่น้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อนใส่กระเทียมเจียวลงไป เมื่อได้กระเทียมเจียวสีเหลืองทองและเริ่มส่งกลิ่นหอมแล้วให้ตักแยกนำมาพักไว้สำหรับใช้โรยหน้าข้าวต้มในตอนท้ายหนึ่งส่วน

-นำหมูสับ , กุ้งแห้ง , ปลาหมึกแห้ง , ตั้งฉ่าย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ใส่ลงในกระทะ ผัดให้เข้ากันจนสุกแล้วยกกระทะลง นำไปตั้งพักไว้ก่อน

-หลังจากที่ต้มกระดูกหมูไปต้มจนเปื่อยนุ่มแล้วให้นำข้าวหอมมะลิใส่ตามลงไปในหม้อ ( ใช้ไฟต่อเนื่อง ) ตามด้วยใส่เครื่องที่ผัดเตรียมไว้แล้วตามลงไป คนให้เข้ากันไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ โดยให้สังเกตว่าเมล็ดข้าวเริ่มแตกและนุ่ม จากนั้นปรุงรสชาติให้ได้ความอร่อยตามใจชอบแล้วชิมรสชาติอีกครั้ง เมื่อได้รสชาติตามต้องการแล้วให้ปิดไฟตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย , ต้นหอม , กระเทียมเจียว เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ ข้าวต้มโบราณ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยละมุนลิ้นให้ทุกคนได้เลยค่ะ

เคล็ดลับการทานข้าวต้มทรงเครื่องโบราณให้อร่อยยิ่งขึ้น

ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ

https://www.youtube.com/watch?v=UjbRbeaDqo4

ข้าวต้มทรงเครื่องโบราณ ร้อน ๆ เมนูอาหารทำง่าย ทานง่าย ทานแล้วย่อยง่ายสบายท้อง เป็นความอร่อยที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อยได้ ไม่ว่าจะเป็นไข่ลวก ไข่ต้ม ไข่เค็ม ปาท่องโก๋ ฯลฯ ที่สำคัญคือ ต้องทานต้อนร้อน ๆ รับรองอร่อยแน่นอนค่ะ 

ข้าวต้มทรงเครื่อง วิธีทำไม่ยุ่งยากจะทำในมื้อเช้าวันจันทร์หรือวันไหน ๆ ก็ไม่ทำให้คุณแม่บ้านต้องวุ่นวาย ซึ่ง สูตรข้าวต้มหมูวสับทรงเครื่องโบราณ ของแต่ลสูตรก็อาจจะมีส่วนที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความชอบของละคน คุณแม่บ้านสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้หลากหลายจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ เข้าไปอีกจากสูตรที่เรานำมาฝากก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เช่น การเพิ่มธัญพืชและผักสีสันสดใสเข้าไปให้เด็ก ๆ สนใจอยากทานมากขึ้นก็ได้ค่ะ

ในส่วนของสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเมนูนี้มีอยู่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดตร พลังงาน โปรตีน วิตามินบี3 ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆให้กลับมาแข็งแรง ลดอาการอ่อนเพลีย เสริมภูมิต้านทานโรคทำให้ไม่ป่วยง่าย ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์แจ่มใส ฯลฯ นอกจากนี้ยังช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย เพียงแค่ทำข้าวต้มทานในมื้อเช้ายังช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงได้ขนาดนี้ ถ้ามีการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วยสุขภาพเราจะดีมากขนาดไหนกันนะ ? อย่าลืมนำสูตรข้าวต้มแสนอร่อยที่เรานำมาฝากในวันนี้ไปทำเป็นมื้อเช้าไว้ทานกันนะคะ รับรองว่าสุขภาพดีไม่มีอ้วนแน่นอนค่า !

Categories
อาหารไทย

แกงไตปลา อาหารใต้รสชาติจัดจ้าน ถ้าได้ทานข้าวจานเดียวคงไม่พอ

แกงไตปลา

www.easycookingmenu.com 

แกงไตปลา เป็นเมนูอาหารใต้ที่มีไตปลาเป็นส่วนประกอบหลัก มีรสชาติจัดจ้านตามสไตล์อาหารใต้ สามารถเก็บไว้กินได้นาน ซึ่งแต่ละสูตรจะมีความแตกต่างกันไป มีทั้งแบบที่ใส่กะทิและไม่ใส่กะทิ โดยมากเราจะเห็นคนนิยมทานกันแบบไม่ใส่กะทิ ส่วนสูตรที่ใส่กะทิจะได้รับความนิยมกันเฉพาะในบางกลุ่ม

ไตปลามาจากไหน ? ต้องขออธิบายก่อนว่า ไตปลา คือ วิธีการถนอนอาหารอย่างหนึ่ง ทำได้โดยวิธีการหมักเค็ม โดยจะใช้ส่วนกระเพาะของปลามาหมักกับเกลือ ซึ่งประเภทของปลาที่นิยมนำมาทำจะมีหลากหลาย เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลาทู ปลาสลิด ปลาลัง ปลาโอ ฯลฯ จะมีการนำส่วนที่เป็นขี้ปลาและดีปลาออกจากกระเพาะปลาให้หมดก่อน แล้วนำมาหมักเกลือทิ้งไว้ประมาณ 10 – 30 วัน ก็จะได้ไตปลาที่สามารถเก็บไว้ได้นานหลายวัน มีไตปลาแล้ว แน่นอนว่าวันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำเมนูเด็ดเผ็ดยกครัวสไตล์อาหารใต้กัน ไปลุยกันเลย !!!

 วิธีการทำแกงไตปลาง่าย ๆ อร่อยได้ทั้งวัน

แกงไตปลา

www.easycookingmenu.com 

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

-ไตปลาทู ครึ่งถ้วย

-น้ำเปล่า 2-3 ถ้วย

-หน่อไม้ ครึ่งถ้วย

-มะเขือเปราะ ครึ่งถ้วย

-ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน ครึ่งถ้วย

-เนื้อปลาทูย่าง 1 ถ้วย

-น้ำมะขามเปียก ครึ่งถ้วย

-หอมแดง 2 หัว

-ข่า 1 แง่ง

-ตะไคร้ 2 ต้น

-ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ

-กะปิครึ่งช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบทำพริกแกง

-กระเทียมไทย 1 หัว

-พริกแห้ง 20 เม็ด

-หอมแดง 2 หัว

-พริกไทยขาว 1 ช้อนชา

-พริกไทยดำ 1 ช้อนชา

-ผิวมะกรูด 1 ลูก

-ตะไคร้สับ 1 ต้น

-ขมิ้น 1 แง่ง

วิธีการตำพริกแกง

-นำพริกแห้งมาตำให้ละเอียดแล้วใส่ผิวมะกรูด ตะไคร้สับ และขมิ้น ตำรวมกันให้ละเอียด เมื่อละเอียดดีแล้วใส่หอมแดงและกระเทียมลงไปโขลกรวมกันให้เนื้อเข้ากัน จากนั้นตามด้วยพริกไทยขาวและพริกไทยดำตำเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียดอีกครั้ง

วิธีทำแกงไตปลา

-นำหม้อขึ้นตั้งไฟใส่น้ำพอประมาณ เมื่อน้ำเริ่มเดือดใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก และมะขามเปียกลงไปคนเล็กน้อย จากนั้นใส่ไตปลาลงไปแล้วคนให้เข้ากัน รอให้น้ำเดือดอีกครั้งแล้วปิดไฟ นำมากรองแยกกากออกเหลือไว้เฉพาะน้ำแล้วนำไปพักไว้

-นำหม้อใส่น้ำขึ้นตั้งไฟ ต้มน้ำให้เดือดตามด้วยเครื่องแกงที่ตำไว้ในขั้นตอนแรก คนละลายน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำกะปิลงคนให้เข้ากันตามด้วยใบมะกรูดและน้ำไตปลาที่เตรียมไว้ใส่ลงไปคนผสมให้เข้ากัน รอจนน้ำเดือดอีกครั้งเมื่อน้ำเดือดให้ใส่หน่อไม้ มะเขือเปราะ เนื้อปลาย่าง ถั่วฝักยาว ลงไปคนให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนน้ำเริ่มเดือดอีกครั้ง ชิมรสชาติให้ได้รสชาติอร่อยตามต้องการ จากนั้นปิดไฟตัก แกงไตปลา ใส่ชามยกเสิร์ฟ เมนูแกงใต้ รสจัดจ้านทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ไข่เจียว ขนมจีน ผักสด มีเท่าไหร่ยกมาให้หมด ล้อมวงเข้ามาแล้วลุยกันเลยค่ะ

แกงไตปลา เมนูแกงใต้สารพัดประโยชน์ ความอร่อยง่าย ๆ ทำทานได้ ทำขายดี 

แกงไตปลา

www.youtube.com

แกงไตปลา เป็น อาหารใต้อร่อย ๆ ที่หลายคนชื่นชอบจะทานเป็นกับข้าวหรือจะทานคู่กับขนมจีนความอร่อยจัดจ้านก็ยังจัดเต็มตลอด เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนชอบทานอาหารรสจัด ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะชอบอาหารที่รสชาติจัดจ้านประมาณนี้อยู่แล้ว 

สำหรับใครที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองจะ ทำแกงไตปลาขาย สร้างรายได้ก็สามารถนำสูตรอาหารและวิธีการทำนี้ไปทำได้นะคะ นอกจากความอร่อยแล้วการเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าได้สามารถเลือกทานอะไรแปลกใหม่ก็จะช่วยให้ร้านของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำแพ็คเกจสวย ๆ ให้ดูน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการเลือกกล่องที่จะนำมาใส่ให้ลูกค้า การจัดวางให้ดูสะอาดน่าทาน ส่วนประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นทั้งสิ้น หากมีทั้งความอร่อยและแพ็คเกจสวย รับรองว่าจะต้องขายดีมีรายได้งาม ๆ เข้ากระเป๋ากันแน่นอนค่ะ