Categories
เครื่องดื่ม

อัญชันมะพร้าวนมสด เมนูโปรดรสนุ่มลิ้นที่ดื่มเมื่อไหร่ก็ฟิน

อัญชันมะพร้าวนมสด

อัญชันมะพร้าวนมสด  เครื่องดื่มรสชาติหวาน มัน หอมอร่อย เป็นเมนูที่หลายคนชื่นชอบ ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ไร้แอลกอฮอล์ แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากอีกด้วย ยิ่งในสภาพอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าวอย่างในเมืองไทยด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง การดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ เพื่อคลายร้อนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะขาดไปไม่ได้ แต่แทนที่เราจะออกไปซื้อทานนอกบ้านจะดีกว่ามั้ยถ้าสามารถทำทานเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องออกไปตากแดดร้อน ๆ ให้เสียอารมณ์ แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำเรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่าประโยชน์ดี ๆ ที่จะได้รับจากเมนูนี้มีอะไรบ้าง ?

สารพัดประโยชน์ของเมนูอัญชันมะพร้าวนมสด เครื่องดื่มที่ได้มากกว่าความอร่อย

ในเมนูอัญชันมะพร้าวนมสดนั้น เราจะใช้วัตถุดิบอย่างดอกอัญชัน มะพร้าว และนมสด เป็นส่วนประกอบหลักซึ่งก็ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น

อัญชันมะพร้าวนมสด

ประโยชน์จากดอกอัญชัน อาทิเช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดใช้ได้ดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ช่วยขับปัสสาวะ , ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก , ช่วยบำรุงสายตา , เสริงสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย , มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอริ้ววรอยก่อนวัย , ต้านมะเร็ง , บำรุงเส้นผมให้ดกดำ , ช่วยสลายลิ่มเลือดทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ดีขึ้น ( อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะเลือดจาง )  , ช่วยลดการเกิดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด  ฯลฯ

อัญชันมะพร้าวนมสด

ประโยชน์จากมะพร้าว อาทิเช่น ช่วยดีท็อกซ์และขับสารพิษออกจากร่างกาย , บำรุงกระดูกให้แข็งแรงและช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของมวลกระดูก , แก้กระหายน้ำช่วยให้ความสดชื่น , ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด , ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและสามารถใช้รักษาอาการโรคหัวใจ , ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ความเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอย , ใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมเพื่อรักษาอาการผดผื่นคันตามผิวหนังและบำรุงผิวได้  ฯลฯ

เมนูทูโทน

ประโยชน์จากนมสด อาทิเช่น ช่วยบำรุงร่างกายให้เจริญเติบโตและแข็งแรง , เสริมแคลเซียมให้กระดูกและฟัน ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง , ช่วยเพิ่มมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุนและกระดูกเปราะ , ช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค , ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย , ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย , ช่วยพัฒนาสมองและเสริมพัฒนาการในเด็ก , บำรุงประสาท , บำรุงหัวใจ , มีวิตามินบี  2 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบเซลล์ผิวหนัง , ช่วยลดความดันโลหิต , ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ , ช่วยให้ผิวและกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น , ช่วยให้เลือดแข็งตัว , บำรุงเม็ดเลือดแดง , ช่วยลดไขมันในเลือด , ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ฯลฯ

วิธีและขั้นตอนการทำ อัญชันมะพร้าวนมสด ง่าย ๆ ทานได้อร่อยด้วย

เมนูทูโทน

ต้องบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูทูโทนที่น่าสนใจมาก ด้วยความที่มีสีสันสวยงามน่าเซลฟี่ลงไอจีอวดเพื่อนและรสชาติที่ดีไม่แพ้หน้าตา จึงทำให้เมนูนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มที่มีคนพูดถึงกันมาก  โดยในรอบที่แล้วเราได้ชวนทุกคนทำเมนูยอดฮิตอันดับหนึ่งอย่างชาเย็นปั่นพุดดิ้งเมล็ดเจียหวาน ๆ ฉ่ำ ๆ กันไปแล้ว มารอบนี้เราก็เลยตั้งใจนำเอาความอร่อยโทนสีเท่ ๆ มาฝากทุกคนค่ะ ไปดูกันเลย !

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม 

-นมข้นจืด 1.5 ออนซ์

-นมข้นหวาน 1 ออนซ์

-นมสดพาสเจอร์ไรส์ 3 ออนซ์

-น้ำมะพร้าว 2 ออนซ์  

-เนื้อมะพร้าวขูดเป็นชิ้นบาง ๆ ( ปริมาณตามใจชอบ )

-ผงอัญชัน 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำร้อน 1.5 ออนซ์

-เนื้อมะพร้าว ( ปริมาณตามใจชอบ )

-น้ำแข็ง ( ปริมาณตามใจชอบ )

ขั้นตอนการทำอัญชันมะพร้าวนมสด

-นำผงอัญชันเทใส่แก้วแล้วเทน้ำร้อนตามลงไป คนให้ผงอัญชันละลายก็จะได้เป็นน้ำอัญชัน นำไปตั้งพักไว้

-เทนมข้นจืด นมข้นหวาน น้ำมะพร้าว และนมสดพาสเจอร์ไรส์ ลงในแก้วแล้วคนผสมให้เข้ากัน 

-จากนั้นนำเนื้อมะพร้าวใส่ลงไปในแก้วสวยงามที่เตรียมไว้  เทนมที่ผสมไว้ในขั้นตอนที่สองลงไปในแก้ว ตามด้วยการค่อย ๆ เทน้ำอัญชันลงไปด้านบน แค่นี้ก็จะได้เครื่องดื่มทูโทนแสนอร่อยแล้วล่ะค่ะ

เมนูทูโทน

นอกจากนี้ก็ยังสามารถนำเมนูนี้ไปประยุกต์ทำเป็นเมนูปั่น หรือ เมนูอัญชันมะนาวนมสดได้ค่ะ ซึ่งก็จะได้ฟิวความอร่อยในแบบที่สดชื่นขึ้น อร่อยไปอีกแบบค่ะ ใครอยู่บ้านว่าง ๆ ในช่วงนี้แนะนำให้ลองนำสูตรอร่อย ๆ นี้ไปทำทานดูนะคะ ด้วยวิธีทำง่าย ๆ ที่อร่อยได้ทั้งบ้านเลยค่ะ

คาสิโนออนไลน์ เว็บตรง ไม่ ผ่าน เอเย่นต์ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Categories
อาหารนานาชาติ

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล อาหารฟิวชันแสนอร่อย กลิ่นหอมเย้ายวนใจ

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล เป็นอาหารที่ผสมผสานความเป็นอิตาเลียนเข้ากับความเป็นไทยด้วยรสชาติที่จัดจ้าน เข้มข้น ได้อย่างลงตัว เมนูนี้จะพาให้คุณไปสัมผัสกับความเผ็ดร้อน หมดปัญหาคนที่แค่ได้ยินว่าพาสต้าก็ส่ายหน้าเพราะกลัวว่าจะเลี่ยน แต่บอกได้เลยว่าเมนูนี้ไม่มีคำว่าเลี่ยนแน่นอน เพราะรสชาติที่แสนโดดเด่นตามฉบับผัดขี้เมาทะเล จะทำให้คุณทานเพลินจนลืมวางช้อนกันเลยทีเดียว นอกจากนั้นคุณยังได้รับโปรตีนดีมีคุณภาพที่ได้จากเนื้อกุ้งและหมึกแบบเน้น ๆ อีกด้วยล่ะ

สูตร สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล เครื่องแน่น กินกี่ทีก็ร้องว้าว…ทำตามได้เลย อร่อยแน่นอน

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลเมนูอร่อยที่ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด จุดที่ลงตัวกันพอดีระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกในเวลาเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้วหากไปทานที่ร้านจานนี้มีราคาค่อนข้างสูง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถแทนได้แบบจุก ๆ ในราคาที่ประหยัดขึ้น ด้วยการทำทานเองที่บ้าน ลองทำตามสูตรนี้เลย การันตีความแซ่บ!

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

วัตถุดิบและส่วนผสมสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา ใบโหระพา

  1. เส้นสปาเก็ตตี้ 100 กรัม 
  2. เกลือ 1 ช้อนชา 
  3. กุ้ง 10 ตัว 
  4. หมึก 3 ตัว 
  5. กระเทียมซอย 2 ช้อนโต๊ะ 
  6. พริกแดงโขลก 20 เม็ด 
  7. ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ 
  8. ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ 
  9. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ 
  11. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ 
  12. พริกแดง 2 เม็ด 
  13. พริกไทยอ่อน 4-5 ก้าน 
  14. ใบโหระพาตามชอบ 
  15. น้ำมันสำหรับผัดและต้มเส้น

วิธีทำสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

  1. ต้มน้ำให้ร้อนใส่น้ำมัน เกลือ เส้นสปาเก็ตตี้ ต้มให้นิ่มตามเวลาที่บอกข้างซอง
  2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตามด้วยกระเทียมสับ พริกสับ ผัดให้ส่วนผสมเกิดกลิ่นหอม
  3. ใส่กุ้งและหมึกที่เตรียมไว้ ผัดให้สุกได้เลย 
  4. ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ 
  5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาลทราย ซีอิ๊วดำ ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน
  6. โรยพริกไทยอ่อน พริกแดง ใบโหระพา ผัดส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
  7. พร้อมเสิร์ฟ

สูตรทำสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล กุ้งเด้ง หมึกกรุบ รสชาติเคลือบซอส อร่อยฟินจนหยุดไม่อยู่!

สูตรสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลที่ใช้ซีฟู้ดแบบสด ๆ จากทะเล ไม่ว่าจะเป็นกุ้งสด ๆ หมึกเนื้อกรุบกรอบ กัดแล้วเด้งดึ๋งอยู่ในปาก คลุกเคล้ากับน้ำซอสรสเผ็ดซี๊ดตามแบบผัดขี้เมา กลิ่นหอมจากเครื่องเทศที่มายิ่งทำให้รสชาติของวัตถุดิบอร่อยมากขึ้น และยังทำให้เจริญอาหารมากขึ้นอีกหลายเท่าด้วยล่ะ 

ส่วนผสมและวัตถุดิบ ผัดขี้เมาทะเลใส่อะไรบ้าง

  1. สปาเก็ตตี้ 300 กรัม 
  2. กุ้ง 12 ตัว 
  3. ปลาหมึก 4 ตัว 
  4. กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. พริกสด 10 เม็ด 
  6. น้ำปลา1 ช้อนโต๊ะ 
  7. เกลือ 2 ช้อนชา 
  8. น้ำตาล 1 ช้อนชม 
  9. น้ำมัน 8 ช้อนโต๊ะ 
  10. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ 
  11. ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ 
  12. ข้าวโพดอ่อน 4 ฟัก 
  13. พริกไทยเม็ด 4 ก้าน 
  14. พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด 
  15. กะเพรา 1 ต้น 

ขั้นตอนการทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเล

  1. ตั้งหม้อใส่น้ำ ใส่น้ำมัน เกลือ นำเส้นสปาเก็ตตี้ไปต้มให้นิ่ม โดยเราจะต้องอ่านข้างซองว่าต้องต้มทั้งหมดกี่นาที
  2. ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป ตามด้วยกระเทียม พริกแดงจินดา ผัดไปเรื่อย ๆ จนหอมดี
  3. ใส่กุ้งและหมึกที่เตรียมไว้ ผัดไปเรื่อย ๆ จนทุกส่วนผสมสุก
  4. ใส่ข้าวโพดอ่อน พริกชี้ฟ้า พริกไทยอ่อน ผัดให้เข้ากันดี
  5. ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไปผัดให้เข้ากัน
  6. ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำปลา ซอสหอยนางรม
  7. ใส่ใบกะเพราลงไปผัดให้เข้ากันดี
  8. พร้อมเสิร์ฟ

สารอาหารที่มีคุณค่าจากท้องทะเล ประโยชน์จาก “ซีฟู้ด” มีอะไรบ้างนะ? 

ส่องประโยชน์จากสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล “กุ้ง” และ “หมึก” มีดีที่น่าทึ่ง!

สูตรสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลที่เราทำนั้นได้เลือกใช้ซีฟู้ดเป็นเนื้อกุ้งและหมึก ซึ่งนอกจากจะได้รับสัมผัสกับความอร่อยแล้ว ยังได้ประโยชน์จากกุ้งซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ไขมันต่ำ ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลต่ำลงอีกด้วย ทำให้กรดอะมิโนที่ได้จากกุ้งนั้นย่อยได้ง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้กุ้งยังช่วยรักษาอาการหืด ไขข้ออักเสบ และความจำเสื่อมได้

สูตรสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล

หมึก เป็นสัตว์ทะเลที่มีเนื้อรสชาติกรุบกรอบ ยิ่งได้มาตอนสด ๆ ยิ่งทำให้อาหารจานนั้นอร่อยลงตัวมากขึ้นไปอีก ในเนื้อหมึกมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และเส้นผม ต่อต้านการเกิดมะเร็ง และยังช่วยทำให้ระบบประสาทเป็นไปโดยปกติ และช่วยบำรุงเลือดด้วยนะ

รู้แล้วอย่าตกใจ! เพราะ “พริกไทยอ่อน” มีคุณประโยชน์มากกว่าที่คิด

สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลนั้นมีการใส่พริกไทยอ่อนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมลงไป นอกจากนี้พริกไทยอ่อนยังเป็นสมุนไพรไทยชั้นยอดที่ช่วยขับลมในลำไส้ ขับไขมันส่วนเกินในร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และลดอุณหภูมของร่างกายได้ จนหลายคนถือว่าพริกไทยอ่อนจัดเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะเลยทีเดียว

ประโยชน์จาก “พริกแดงจินดา” ในสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล 

แน่นอนว่าเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับเมนูสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลการใส่พริกลงไปนั้นเป็นเรื่องจำเป็นมาก ยิ่งไปกว่านั้นพริกแดงจินดายังมีสรรพคุณต่าง ๆ ที่น่าทึ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยการทำงานของระบบทางเดินหายใจเนื่องจากมีสาร “แคปไซซิน” จึงสามารถช่วยขับเหงื่อ บำรุงระบบการไหลเวียนโลหิต มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการก่อตัวของก้อนเนื้อมะเร็ง แต่ต้องระวังควรบริโภคในปริมาณที่พอดี เพราะพริกก็มีกรดสูงอาจกัดกระเพาะอาหารได้

เทคนิคในการเสกเมนูสปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเลให้อร่อยมากยิ่งขึ้น

หลายคนแค่ได้ยินว่าเป็นสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา คือเรื่องที่ทำได้ยาก น่าจะมีขั้นตอนการมากมาย ซึ่งความจริงแล้ว แต่เทคนิคของเรานั้นเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเส้นเลย วิธีที่ดีที่สุดคือการต้มตามขั้นตอนที่เขียนไว้ข้างซอง ทั้งเวลาและวิธีการต้ม เพราะเส้นแต่ละยี่ห้อมีความชื้นของแป้งไม่เท่ากันนั่นเอง ต่อมาการใช้กระเทียมผัดกับพริกแดงก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ ถ้าเราผัดแต่ยังไม่ได้กลิ่นหอมดีแล้วใส่เส้นหรือเนื้อสัตว์เลยจะทำให้ได้สปาเก็ตตี้ที่ไม่หอมนัก วิธีที่ถูกต้องคือควรผัดจนกระเทียมหอมก่อน

ufaball.bet เว็บพนันออนไลน์ เว็บตรง  ฝากถอนได้ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
อาหารไทย

แกงรัญจวน อาหารโบราณ แกงกระดูกหมูสูตรชาววัง

น้อยคนนักจะเคยได้ยินชื่อเมนู แกงรัญจวน เพราะถือเป็นเมนูโบราณสูตรต้นตำหรับของชาววัง หรืออาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า แกงกระดูกหมู เป็นสูตรมาจากชาววัง แกงชนิดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่กระดูกหมู อร่อยและเคี้ยวได้ กระดูกและเนื้อหมูนุ่ม ๆ ที่ผ่านวิธีการทำแบบประณีตจนได้ออกมาเป็นแกงกระดูกหมูหรือแกงรัยจวนที่แสนอร่อยนั่นเอง สูตรอาหารถูกบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 อาหารประเภทแกงโบราณที่สามารถหาวัตถุดิบเองได้ง่าย ๆ และมีวิธีการทำที่ไม่ยาก เมนูนี้เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหารมาก และมาก ๆ สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานเมนูแกง ซดน้ำแกงร้อน ๆ กับกระดูกหมูอ่อนนุ่ม ๆ อร่อยเพลินได้ทั้งครอบครัว ยิ่งถ้าหากทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีก วันนี้เราจะพาไปดูวิธีการทำแกงรัญจวน กันและคุณสามารถทำตามได้ง่าย ๆ เลย

แกงรัญจวน

วัตถุดิบและวิธีการทำเมนู แกงรัญจวน

1.กระดูกซี่โครงหมู 1 ถ้วย สับเป็นชิ้นพอดีคำ

2.พริกสด 5-10 เม็ด 

น้ำพริกกะปิ 

4.มะนาว

5.ผงปรุงรส

6.น้ำปลา

7.หอมแดง 1 ช้อนโต๊ะ ทุบไว้พอบุบ

8.กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ ใช้เป็นกลีบ 

9.ตะไคร้ 2 ช้อนโต๊ะ ซอยเตรียมไว้

10.ใบโหระพา 1 กำมือ

11.เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีการทำเมนูแกงรัญจวน 

1.เริ่มด้วยการตำน้ำพริกกะปิไว้ก่อน นำกะปิมาห่อใบตองและนำไปเข้าไมโครเวฟหรือจะนำไปย่างไฟก็ได้ ให้เกิดความหอม 

2.ใส่พริก กุ้งแห้ง กระเทียมลงไปโขลกในครกให้ละเอียด 

3.นำกะปิและน้ำตาลปี๊บลงไปโขลกรวมกัน

4.บีบมะนาวและน้ำปลาลงไป คนคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือพวง

5.ตักใส่ถ้วยและพักไว้

6.มาเริ่มต้นการทำแกงรัญจวน ตั้งหม้อขึ้น เทน้ำสะอาดลงไป ใส่เกลือลงไปในหม้อ 

7.ใส่กระดูกหมูลงไป เคี่ยวน้ำซุปใหหอมหวานโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที 

8.ปรุงรสชาติด้วยพริกสด กระเทียม หอมแดง และเติมน้ำพริกกะปิที่เราได้ตำไว้ลงไป ต้มต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้รสหวานของส่วนผสมทั้งหมดออกมา เพื่อให้น้ำซุปหวานอร่อยยิ่งขึ้น 

9.ปิดไฟ ใส่ใบโหระพาและน้ำมะนาวลงไป จากนั้นก็ปิดไฟและยกหม้อลงได้เลย ก็จะได้แกงรัญจวนพร้อมเสิร์ฟแล้วเรียบร้อย

แกงรัญจวน

แกงรัญจวน แกงโบราณ กลิ่นรัญจวนหอมกะปิ

เสน่ห์ของแกงรัญจวนมีอยู่หลายจุดด้วยกัน เช่น น้ำซุปจะต้องเข้มข้น ต้มให้ได้รสชาติของกระดูกหมู ยิ่งต้มนานยิ่งดี ยิ่งต้มนานก็ได้จะได้ซุปที่หวานหอมและยังได้เนื้อหมูที่นุ่มทานง่าย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเมนูนี้ จะอร่อยหรือไม่อร่อยวัดกันจากน้ำซุปนี่เอง และใบโหระพาที่ใส่จะต้องใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้กลิ่นของโหระพายังอยู่และหอมดี เพราะถ้าหากต้มนานจะทำให้ใบเหี่ยวและดูไม่น่าทาน น้ำมะนาว ใส่เป็นขั้นตอนสุดท้ายเช่นกัน จะต้องปิดไฟเสียก่อนค่อยใส่ลงไป เพราะหากใส่ตอนที่ยังเปิดไฟอยู่ จะทำให้รสเปรี้ยวของมะนาวหายไป และกลายเป็นรสขมแทน น้ำพริกกะปิ จะต้องปรุงให้ออกรสหวานและเค็ม ซึ่งก้ถือเป็นจุดเด่นของแกงรัญจวน ที่สำคัญ เพราะเมนูนี้จะมีความหอมของกะปิ ยิ่งเคี่ยวนาน น้ำซุปก็จะยิ่งใส การปรุงรสของน้ำพริกกะปิ สามารถปรุงรสได้ตามชอบ เค็มกลมกล่อม เผ็ดหอม เปรี้ยวเล็กน้อย ตามด้วยรสชาติหวาน และกลิ่นหอมของสมุนไพร

แกงรัญจวน

แกงรัญจวนเป็น อาหารหายาก อาหารของชาววังที่ถูกค้นพบในรัชกาลที่ 5 ซึ่งหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ได้เป็นเจ้าของสูตรอาหารเมนูนี้ และท่านได้เป็นผู้แจกสูตรนี้ ที่มาของแกงรัญจวนก็คือ การสร้างสรรค์เมนูจากน้ำพริกกะปิที่เหลือของเมื่อวาน ซึ่งสูตรต้นฉบับของหม่อมหลวง จะประกอบไปด้วย เนื้อวัวหั่น พริกขี้หนูสวน กระเทียม กะปิ ตะไคร้ มะนาว น้ำตาล น้ำปลา ใบโหระพา น้ำเปล่า ข่า ใบมะกรูด และสูตรของหม่อมเจ้าเองนั้นใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมงด้วยกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมแกงชนิดนี้ถึงมีชื่อที่ไพเราะและดูมีความโบราณ แต่ถึงอย่างไรแกงชนิดนี้ก็ถือเป็นเมนูที่อร่อยแต่ทำได้ง่าย ๆ เมนูอาหารไทยทำตามซี่โครงหมู อาหารสูตรชาววังทำง่าย ได้กลิ่นและรสชาติหอมรัญจวนของน้ำพริกกะปิ และความหอมของสมุนไพร ทั้งหอมทั้งได้ประโยชน์จากสมุนไพร

Categories
อาหารนานาชาติ

พิซซ่าเวียดนาม ไส้แน่น กลิ่นหอม รสชาติอร่อย

พิซซ่าเวียดนาม

พิซซ่าเวียดนาม เป็นหนึ่งในเมนูสตรีทฟู้ดของเวียดนามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติที่ทานง่าย ไม่เลี่ยน สามารถทานได้หลายชิ้น อีกทั้งยังใช้การย่างซึ่งทำให้ได้แผ่นแป้งที่บางกรอบ และมีกลิ่นหอมมาก ๆ โดยจะใช้แผ่นแป้งญวนนำมาย่าง ใส่ไข่ ต้นหอม ชีส หมูยอ กุ้งฝอย และหอมเจียว ราดด้วยซอสตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือมายองเนส เพื่อเพิ่มรสชาติ ทำทานกันได้ง่าย ๆ ชอบกันทุกเพศทุกวัยแน่นอน เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจในสร้างรายได้เพราะลงทุนต่ำขายได้กำไรดีมาก  

สอนทำ พิซซ่าเวียดนามสูตรใช้กระทะ สตรีทฟู้ดยอดฮิตจากเวียดนาม ทำง่ายขายได้กำไร

พิซซ่าเวียดนาม

พิซซ่าเวียดนามตามสูตรต้นตำรับของเวียดนาม ซึ่งมักเป็นเมนูของทานเล่นของคนที่นั่น ส่วนใหญ่จะใช้การย่างแผ่นแป้งกับเตาถ่านเป็นหลัก เพราะจะทำให้ได้กลิ่นหอมและได้แผ่นแป้งที่กรอบกำลังดี แต่สำหรับคนที่ไม่มีเตาถ่านหรือใช้ไม่ถนัดก็สามารถนำกระทะเทฟลอนมาทำได้เช่นกัน ตามสูตรที่เราเอาฝากตามนี้เลย! 

วัตถุดิบและส่วนผสมสูตรพิซซ่า เวียดนาม

  1. แผ่นพิซซ่าเวียดนาม
  2. ไข่ไก่ 
  3. ปูอัด 
  4. ไส้กรอก 
  5. หมูสับรวนสุก 
  6. ต้นหอมซอย 
  7. หอมเจียว 
  8. น้ำพริกเผา 
  9. มายองเนสสูตรลดไขมัน 
  10. ซอสมะเขือเทศ หรือ ซอสพริก

วิธีทําพิซซ่าเวียดนาม

  1. วางแผ่นแป้งเวียดนามลงไปในกระทะยังไม่ต้องเปิดไฟ ใส่ต้นหอมซอยลงไป
  2. ใส่ไข่ไก่ลงไป ตามด้วยพริกเผา แล้วเกลี่ยให้เข้าใกล้ขอบมากที่สุด เปิดไฟกลาง ๆ ไม่ต้องแรงมาก
  3. ใส่หมูสับ ปูอัด ไส้กรอก ลงไป
  4. โรยด้วยหอมเจียวลงไปที่หน้าพิซซ่า
  5. รอสักครู่ให้แผ่นแป้งเริ่มสุก 
  6. โรยมายองเนส ตามด้วยซอสมะเขือเทศเล็กน้อย
  7. พับเป็นโรลตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

วิธีทำพิซซ่าเวียดนามไส้ทะลัก หอม ๆ ทำกินอร่อย ๆ ได้ที่บ้าน ไม่ต้องใช้เตาถ่าน

พิซซ่าเวียดนาม

พิซซ่าเวียดนามเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะสำหรับทานกันทั้งครอบครัวในช่วงวันหยุดเสียจริง นอกจากจะใช้เวลาในการทำไม่นานแล้ว ยังเป็นเมนูที่รสชาติดี ทานเพลินได้ทั้งบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นเราสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องง้อเตาถ่านก็ได้ รับรองได้เลยว่าได้พิซซ่าที่อร่อยไม่แพ้สูตรต้นตำรับเชียวล่ะ 

วัตถุดิบและส่วนผสมทําพิซซ่าเวียดนาม

  1. แผ่นแป้งปอเปี๊ยะเวียดนาม
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  3. ซอสปรุงรส
  4. หมูสับ
  5. ปูอัด
  6. หมูยอ
  7. ชีส
  8. ต้นหอมซอย
  9. กุ้งแห้ง
  10. ซอสมะเขือเทศหรือซอสพริก

วิธีการทําพิซซ่าเวียดนาม

  1. นำแผ่นแป้งพิซซ่าเวียดนามวางลงบนเตา ย่างประมาณ 30 วินาทีให้แป้งกรอบ ใส่ไข่ไก่ลงไป เกลี่ยให้ทั่วแผ่น 
  2. พอไข่ใกล้สุกดีก็ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ตามด้วยหมูสับ ปูอัด หมูยอ โรยชีสเล็กน้อย ต้นหอมซอย กุ้งแห้ง
  3. ราดซอสใส่ได้ตามใจชอบ
  4. พับครึ่ง พร้อมเสิร์ฟ

สูตรพิซซ่าเวียดนามชีสเยิ้ม หน้าแน่น สูตรใช้เตาถ่านย่างไฟ ทำตามได้ไม่ยาก

ใครที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปชิมพิซซ่าแบบเวียดนามถึงเวียดนาม มาลองทำตามสูตรแบบออริจินอลไปพร้อมกันได้เลย ด้วยการย่างแผ่นแป้งบนเตาถ่าน รับรองเลยว่าแม้จะทำเป็นครั้งแรกก็ไม่ได้ยากแบบที่คิด แค่ทำตามสูตรด้านล่างนี้ก็จะได้พิซซ่าที่หอมหวญและรสชาติดีมาก ๆ สามารถทำสูตรไปเปิดร้านขาย สร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย 

ส่วนผสมและวัตถุดิบทำพิซซ่าเวียดนาม 

  1. แผ่นแป้งเวียดนาม หรือ แผ่นปอเปี๊ยะเวียดนาม 
  2. หมูสับเอาไปคั่วให้สุก ใส่น้ำนิดหน่อยพอขลุกขลิก 
  3. ไส้กรอก หมู หรือไก่ ก็ได้ 
  4. ปูอัด ฉีกเป็นเส้นฝอย ๆ 
  5. หมูยอ 
  6. กุนเชียง 
  7. กุ้งแห้ง 
  8. ออริกาโน่ 
  9. ไข่ไก่ 
  10. ชีสท็อปปิ้ง 
  11. มอสซาเรลล่าชีส 
  12. มายองเนส 
  13. ซอสพริก 
  14. ซอสมะเขือเทศ 
  15. ซอสหมาล่า
  16. พริกเผา

ขั้นตอนการทําพิซซ่าเวียดนาม

  1. เตรียมถ้วยสำหรับทำพิซซ่าเวียดนาม

ตอกไข่ใส่ลงไป ตีไข่ให้แตก ใส่กุ้งแห้งลงไปเล็กน้อย ตามด้วยหมูสับรวน และน้ำพริกเผา 

  1. ใส่ปูอัดลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. วางแผนแป้งลงไปแล้วรีบใส่หน้าลงไป เกลี่ยให้ทั่ว
  3. ใส่ชีสลงไปที่หน้าพิซซ่า
  4. เพิ่มความหอมด้วยออริกาโน่
  5. ปิ้งให้สุกกรอบทั่วแผ่นเสมอกัน
  6. พลิกแผ่นพิซซ่าไปมาให้โดนความร้อนทั่ว ๆ 
  7. เมื่อสุกแล้วราดด้วยซอสพริก ซอสมะเขือเทศ มายองเนส หรือซอสอื่น ๆ ตามชอบ
  8. พับครึ่ง พร้อมเสิร์ฟ

สารอาหารสำคัญที่ได้จาก แป้งพิซซ่าเวียดนามเมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อย และดีต่อสุขภาพ

พิซซ่าเวียดนามเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สามารถทำทานได้โดยไม่ต้องกังวลปัญหาสุขภาพเลย เพราะวัตถุดิบต่าง ๆ ล้วนมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังไม่ต้องกังวลว่าน้ำหนักจะขึ้นด้วยเพราะเราใช้กรรมวิธีการย่างไฟ ไม่มีการใช้น้ำมันทอด ทำให้รสชาติพิซซ่าไม่เลี่ยน ทานแล้วติดใจอยากทานอีกแน่นอน คำว่าแผ่นเดียวไม่พอแล้วล่ะ! 

ประโยชน์จาก “ไข่ไก่”

พิซซ่าเวียดนาม

ไข่ไก่จัดเป็นโปรตีนชนิดดีราคาถูกที่หาทานได้ง่าย นอกจากนี้ไข่ไก่ยังเป็นซูเปอร์ฟูดที่นำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน มีกรดโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยควบคุมความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยภูมิแพ้ การทานไข่ไก่ถือว่าช่วยได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นการรับประทานไข่ยังช่วยชะลอความแก่ ต้านมะเร็งและโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์ได้อีกด้วยH3: มารู้จักกับแผ่นแป้งพิซซ่าเวียดนาม เหมาะกับคนลดน้ำหนักอย่างไร

พิซซ่าเวียดนาม

แผ่นแป้งญวนหรือแป้งเวียดนามเป็นแป้งที่ได้จากกรรมวิธีในการนำแป้งสาลีผงผสมกับน้ำแล้วทำการสกัดโปรตีนที่อยู่ในเม็ดแป้งออก ส่งผลให้แผ่นแป้งมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มใส มีแคลอรี่ที่ต่ำ เนื่องจากตลอดการผลิตใช้วิธีการนึ่ง เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก นำไปประยุกต์ในการทำอาหารได้อย่างหลากหลาย นอกจากพิซซ่าแบบเวียดนามแล้วยังสามารถทำเป็นปอเปี๊ยะเวียดนาม หรือสลัดโรลที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ได้อีกด้วย

เคล็ดลับการย่างพิซซ่าเวียดนามให้แป้งกรอบนาน

เทคนิคการทำให้พิซซ่าของเราสามารถคงความกรอบได้นานกว่าสูตรอื่น ๆ นั่นคือการใช้ไฟอ่อนในการย่าง นอกจากนี้พยายามเว้นขอบแป้งเอาไว้เล็กน้อย ซึ่งตอนย่างต้องคอยสังเกตให้ขอบนั้นเป็นสีเหลืองกรอบ หากยังเป็นสีใส แม้จะมองแล้วกรอบแต่เมื่อผ่านไปสักพักแผ่นแป้งจะเหนียวได้

Categories
เครื่องดื่ม

น้ำผักผลไม้ปั่น ดีต่อสุขภาพ บำรุงร่างกายจากภายในสู่ภายนอก

น้ำผักผลไม้ปั่น

น้ำผักผลไม้ปั่น เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่หลายคนมักจะคิดถึงเวลาที่อยากดับกระหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่อากาศร้อน ๆ หากได้น้ำผลไม้เย็น ๆ ชื่นใจก็จะรู้สึกดีมากเลยใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งกระบวนการหลักจะเป็นการปั่นหรือการคั้นเท่านั้น จะทำให้ได้วิตามินและเกลือแร่จากผลไม้แบบเต็ม ๆ เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยรีบูสต์ร่างกายของเราได้ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รักสุขภาพหรือต้องการควบคุมน้ำหนัก รวมไปถึงผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งน้ำผลไม้ที่ไม่เติมน้ำตาลนั้นตอบโจทย์เป็นอย่างมากทีเดียว

สูตร น้ำผักผลไม้ปั่น ช่วยดีทอกซ์ลำไส้ หน้าท้องแบน ขับถ่ายดีขึ้นทันตา!

น้ำผักผลไม้ปั่น

น้ำผักผลไม้ปั่นสูตรแรกที่นำมาฝากกันนั้นเป็นสูตรน้ำผลไม้สดปั่นสำหรับขับสารพิษในร่างกาย ปัจจุบันอาหารหลายชนิดเป็นอาหารแปรรูปและมีการใช้สารสังเคราะห์เป็นจำนวนมาก หากเราไม่ดีทอกซ์จะทำให้ร่างกายของเรามีปัญหาได้ ดังนั้นแล้วการทำน้ำผลไม้สด ๆ ดื่มแทนเมนูน้ำปั่น ที่อันตรายต่อร่างกายอย่างน้ำหวาน และน้ำอัดลม เป็นสิ่งที่สำคัญและดีมาก ๆ 

3 สูตรสมูทตี้ดีทอกซ์ ขับสารพิษด้วย “สูตร น้ำผักผลไม้ปั่น DETOX” 

สูตรที่1 สมูทตี้กรีนดีทอกซ์ 

ส่วนผสม

  1. ผักเขียว 15 กรัม 
  2. สับปะรด 150 กรัม 
  3. กล้วยหอม 1 ลูก 
  4. นมอัลมอนด์รสจืด 80 มิลลิลิตร 
  5. ผงมัทฉะ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่สับปะรด ตามด้วยกล้วยหอม นมอัลมอนด์ และผักสด ปั่นให้เข้ากัน
  2. ใส่ผงชาเขียวลงไป ปั่นอีกรอบให้เข้ากัน จะเห็นว่าสมูทตี้มีสีเขียวสวย
  3. สามารถนำไปเก็บในตู้เย็นได้ 1 คืน

สูตรที่ 2 สมูทตี้สี่สหายดีทอกซ์

ส่วนผสม

1.ส้ม 1 ลูก 

2.มะม่วงสุก 140 กรัม 

3.ขิง 5 กรัม 

4.นมอัลมอนด์จืด 120 มล. 

5.ผงขมิ้น 1/8 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่มะม่วงตามด้วยส้มเขียวหวาน ขิง และนมอัลมอนด์จืด ปั่นให้เข้ากัน
  2. ใส่ผงขมิ้นลงไป จากนั้นปั่นต่ออีกสักพักจนเข้ากัน
  3. เทใส่ขวดนำไปแช่ตู้เย็น หรือจะทานเลยทันทีก็ได้เช่นกัน

สูตรที่ 3 สมูทตี้สำหรับลดน้ำหนัก 

ส่วนผสม

1.มะม่วงสุก 1 ลูก 

2.ฝรั่ง 1 ลูก 

3.แอปเปิลเขียว 1 ลูก 

4.ผักเขียว 15 กรัม 

5.กล้วยหอม 2-3 ลูก  

6.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่มะม่วงสุกตามด้วยกล้วยหอมและฝรั่งลงไปปั่น
  2. ใส่แอปเปิลเขียว และผักเขียวลงไปปั่น
  3. ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปปั่น

น้ำผักผลไม้ปั่น สูตรนี้ดีกว่าสูตรอื่นตรงไหน…มีประโยชน์อะไรบ้าง? 

น้ำผักผลไม้ปั่นทานเป็นประจำ จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

น้ำผักผลไม้ปั่น

ปัจจุบันมีสูตรสมูทตี้ผลไม้ออกมาหลากหลายสูตรด้วยกัน แต่สำหรับสูตรที่เรานำมาฝากนั้นเป็นสูตรที่ได้รับการพิสูจน์และทดลองดื่มจริง พบว่าได้ประโยชน์น้ำผักปั่น ที่เห็นทันตาและได้ผลอย่างมากต่อร่างกายในแง่ของการขับสารพิษและช่วยเรื่องการขับถ่าย เนื่องจากส่วนประกอบหลักของสมูทตี้อย่าง “ผักใบเขียว” และ “ผลไม้” ชนิดต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีปริมาณไฟเบอร์สูง จะทำให้อุจจาระของเราอ่อนนิ่ม ถ่ายง่าย แนะนำเลยสำหรับสาว ๆ ที่ธาตุหนักและท้องผูก 

ประการที่สองการที่สูตรเราเลือก “นมอัลมอนด์” แทนนมโคสดนั้นเป็นสิ่งที่ดีกว่าเพราะในนมสดมีแลกโตสซึ่งบางคนอาจมีอาการแพ้น้ำตาลชนิดนี้และก่อให้เกิดอาการท้องร่วงได้ ยิ่งไปกว่านั้นนมโคมีฮอร์โมนของวัวเจือปนอยู่ บางคนอาจจะดื่มแล้วเร่งให้เกิด “สิว” ได้ นมอัลมอนด์จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะมีสารอาหารหลากหลายชนิดและแคลอรี่ต่ำ

แนะนำสูตรน้ำผักผลไม้ปั่นบำรุงผิวใส ดื่มแล้วผิวมีออร่า สวยใสเด็กกว่าวัย

น้ำผักผลไม้ปั่น

หากใครอยากมีผิวหน้าและผิวกายขาวใส การดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ โดยเราไม่แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ที่ขายอยู่ในท้องตลาดนักเพราะมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินความต้องการของร่างกายค่อนข้างมาก อีกทั้งวิตามินและเกลือแร่ยังสูญเสียไปกับกระบวนการผลิตอีกด้วย การทำน้ำผลไม้แบบโฮมเมดจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อน ๆ คนไหนรู้สึกว่าสูตรมีเยอะเหลือเกิน วันนี้เราจึงคัดมาเฉพาะสูตรน้ำผลไม้สมูทตี้แบบเด็ด ๆ มาจ้า 

เมนูน้ำผักผลไม้ปั่นสูตรลดสิว ผิวใส เห็นผลได้ใน 3 วันเท่านั้น

ส่วนผสมสูตรน้ำผักผลไม้ปั่นหน้าใส

  1. ผักทุกชนิด 
  2. ผลไม้ที่หวานน้อย 
  3. น้ำผึ้ง 
  4. เกสรดอกไม้ 
  5. น้ำมันมะกอก 2 ฝา 
  6. น้ำเปล่า 

ขั้นตอนการทำ

  1. ล้างผักและผลไม้ที่เตรียมไว้ด้วยน้ำยาล้างผัก จากนั้นล้างต่อด้วยเครื่องล้างผักโอโซน
  2. หั่นผักและผลไม้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
  3. ใส่น้ำมันมะกอก เกสรดอกไม้ เกลือ น้ำส้ม 
  4. เติมน้ำเปล่า จากนั้นปั่นให้เรียบร้อย

ใครไม่อยากเป็นสิวต้องดื่มสูตรน้ำผลไม้สกัดเย็น DEOX สูตรนี้เลย

ส่วนผสมน้ำผักผลไม้ปั่น

  1. บล็อกโคลี 20 กรัม
  2. เลมอน 1 ลูก
  3. แอปเปิลแดงครึ่งผล
  4. น้ำผึ้งป่า 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำเปล่า 1 แก้วครึ่ง

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่น้ำเปล่า 1 แก้วครึ่งลงในโถปั่น
  2. บีบเมลอนลงไป
  3. ใส่แอปเปิลลงไป
  4. ใส่น้ำผึ้งลงไป เพื่อให้น้ำปั่นเรามีรสชาติดียิ่งขึ้น
  5. ปั่นประมาณ 30 วินาที หรือเมื่อดูแล้วว่าสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องเคี้ยว

สูตรทำ “สมูทตี้ผิวใส” ทำดื่มเป็นประจำสวยขึ้นทุกวันแน่นอน

ส่วนผสม

  1. แตงโมหั่นชิ้น 2 ถ้วยตวง
  2. สตวอร์เบอร์รี่หั่นชิ้น ¾ ถ้วยตวง
  3. แอปเปิลหั่นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  4. แตงหวาหั่นชิ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  7. น้ำแข็ง 1 ถ้วยตวง

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่น้ำแข็งลงโถปั่น ตามด้วยสตรอว์เบอร์รี่ แตงกวา แอปเปิล แตงโม และน้ำเปล่า เติมน้ำมะนาวเล็กน้อยจากนั้นปั่นให้เข้ากัน
  2. หั่นชิ้นแตงโมและสตรอว์เบอร์รี่ตกแต่ง พร้อมเสิร์ฟ

คุณประโยชน์เน้น ๆ คัดมาให้แล้วสำหรับน้ำผักผลไม้ปั่นบำรุงผิวพรรณ

น้ำผักผลไม้ปั่น

น้ำผักผลไม้ปั่นสูตรเพื่อบำรุงผิวมีส่วนประกอบหลักเป็น “ผลไม้รสเปรี้ยว” หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี่ น้ำมะนาว แอปเปิล ซึ่งล้วนอุดมไปด้วยวิตามินซีและอี ซึ่งช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์คอลลาเจนออกมา ทำให้ผิวของเราใสเนียนนุ่มและดูสุขภาพดี นอกจากนี้ผลไม้หอมหวานอย่างแตงโมยังเป็นผลไม้ลดสิวที่ได้ผลชะงักมาก เพราะมีวิตามินบี 6 ซีและอี ใครอยากหน้าใสห่างไกลสิวแล้วล่ะก็ ต้องลองทำแล้วล่ะ 

เคล็ดลับทำน้ำผักผลไม้ปั่นให้มีรสชาติดี ไม่เหม็นเขียว

การทำน้ำผลไม้ ปัญหาที่หลายคนมักจะเจอก็คงหนีไม่พ้นรสชาติที่ดื่มยากเพราะเหม็นเขียว เราแนะนำให้คุณลองเติมน้ำผึ้งหรือน้ำเลมอนลงไป เพราะความเปรี้ยวและหวานจะเข้าไปตัดกับรสชาติฝาด พร้อมกับกลิ่นเหม็นเขียว หรือใครที่รู้สึกว่าทนไม่ได้จริง ๆ ให้ลองเติมน้ำมันมะกอกลงไปด้วยรับรองเลยว่าได้สมูทตี้ที่รสชาติดี ดื่มง่ายแน่นอน!

Categories
อาหารไทย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น รสชาติจัดจ้าน น้ำซุปสีแดงสวย น่ารับประทาน

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ต้มยำกุ้งน้ำข้น เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงอย่างมาก นอกจากจะเป็นอาหารประจำชาติไทยแล้วยังเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก ถึงขนาดที่ว่าชาวต่างชาติคนไหนที่มาประเทศไทยแล้วไม่ได้ลิ้มลอง “ต้มยำกุ้ง” ก็เหมือนกับว่ามาไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าต้มยำกุ้งนั้นถูกคิดค้นมาตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวภาคกลางที่นิยมนำเครื่องสมุนไพรท้องถิ่นมาต้มกับสัตว์ที่หาได้จากแม่น้ำ เช่น ปลา หรือกุ้งแม่น้ำ เมื่อนำกุ้งที่มีมันมาต้มจึงได้น้ำซุปที่มีลักษณะสีแดงข้น 

ต่อมาร้านอาหารจีนได้มาเปิดจำนวนมากในประเทศไทย และมีร้านหนึ่งได้แก้ปัญหาที่หากุ้งที่มีมันเยอะมาต้มไม่ได้ ด้วยการใส่นมจืดและน้ำพริกเผาลงไป ทำให้ได้ต้มยำที่มีซุปแบบข้นดังที่เห็นและนิยมทานกันในปัจจุบันนั่นเอง

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

สูตรต้มยำกุ้งน้ำข้น น้ำซุปเข้มข้น สีสวย รสชาติจัดจ้าน หอมเครื่องต้มยำแซ่บ ๆ ทำตามได้ไม่ยาก

ต้มยำกุ้งน้ำข้น 

ส่วนประกอบของต้มยำกุ้ง

  1. กุ้งก้ามกราม 700 กรัม 
  2. เห็ดฟาง 400 กรัม 
  3. ตะไคร้ 70 กรัม 
  4. ข่า 70 กรัม 
  5. หอมแดง 70 กรัม 
  6. ใบมะกรูด 3 กรัม 
  7. รากผักชี 5 กรัม 
  8. ผักชี 15 กรัม 
  9. ผักชีฝรั่ง 15 กรัม 
  10. พริกแห้ง 10 กรัม 
  11. พริกขี้หนูสวน 15 กรัม 
  12. น้ำเปล่า 1,000 กรัม 
  13. น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ 
  14. น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ 
  15. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ 
  16. นมข้นจืด 120 กรัม

วิธีทำต้มยำกุ้ง

  1. ทำการคั่วพริกแห้งให้หอมบนกระทะด้วยไฟปานกลาง เมื่อได้ที่แล้วตักขึ้นมาพัก
  2. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ ต้มให้น้ำเดือดดีก่อน
  3. ใส่รากผักชี ข่า ตะไคร้ หอมแดง ลงไป 
  4. เติมเกลือ 1 ช้อนชา และเห็ดฟางปริมาณตามความชอบ
  5. ใส่พริกขี้หนูสวยบุบพอแตก ใส่กับพริกแดงคั่ว ตำให้เข้ากันพักไว้
  6. เมื่อน้ำเดือดจัดใส่กุ้งลงไป ไม่ต้องคน 
  7. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำพริกเผา ค่อย ๆ คนให้เข้ากัน
  8. ใส่น้ำข้นจืดลงไปตามความต้องการว่าจะได้ต้มยำที่น้ำข้นมากน้อยแค่ไหน
  9. ใส่พริกที่เราโขลกเตรียมไว้เลยตามความต้องการ
  10. ใส่ใบมะกรูด แล้วต้มอีกสักพักให้เริ่มเดือดเล็กน้อย ก็ปิดเตา
  11. ปรุงรสชาติด้วยน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย ตามชอบ
  12. พร้อมเสิร์ฟ

วิธีทำ ต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรใส่กะทิหอมหวาน รสนัวกว่าสูตรอื่น ๆ ทำได้ง่ายแบบสุด ๆ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

วัตถุดิบต้มยํากุ้งน้ำข้น

  1. กุ้งก้ามกราม 10 ตัว (ประมาณ 1 กิโลกรัม) 
  2. ซุปหมูก้อน 1 ก้อน 
  3. เกลือ 1/2 ช้อนชา 
  4. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. กระเทียม 4-5 กลีบ 
  6. หอมแดง 10 หัว 
  7. มะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ 
  8. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ 
  9. พริกแดง พริกขี้หนูสวน 1/2 ถ้วย 
  10. มะเขือเทศ 1 ถ้วย 
  11. ตะไคร้ 2-3 ต้น 
  12. ข่า 10 ชิ้น 
  13. ใบมะกรูด 4-5 ใบ 
  14. มะนาวสด 2-3 ลูก 
  15. เห็ดฟาง 2 ถ้วย 
  16. ต้มหอม ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง 1 ถ้วย 
  17. กะทิสด 250 ml 
  18. น้ำสะอาด 1 ลิตร

วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. เตรียมหม้อใส่น้ำต้มให้เดือด 
  2. ใส่ซุปก้อน เกลือ ข่า ตะไคร้ทุบ หอมแดง กระเทียม ปิดฝาต้มต่อให้เดือดประมาณ 1-2 นาที 
  3. ใส่น้ำพริกเผาลงไป คนพอเข้ากัน ให้น้ำพริกเผาละลาย 
  4. ใส่กุ้งก้ามกราม เห็ดฟาง ใส่มะเขือเทศ ต้มต่ออีกประมาณ 1 นาที 
  5. ฉีกใบมะกรูดลงไป ใส่พริกขี้หนูสวน พริกแดง ตำหยาบ ๆ 
  6. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา คนนิดหน่อย 
  7. ต้มพอเดือดใส่กะทิลงไป ชิมรสปรุงให้ได้ตามชอบ 
  8. ปิดไฟ บีบน้ำมะนาวสด ๆ ลงไป ใส่ต้นหอม ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง 

สูตรเด็ด ต้มยํากุ้งน้ำข้นสูตรโบราณ รสเผ็ดเข้มข้นถึงใจ กุ้งฉ่ำน้ำต้มยำแบบสุด ทำกินได้ทั้งบ้าน

วัตถุดิบและส่วนผสมในต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. กุ้ง 250 กรัม 
  2. เห็ดฟาง 10 ชิ้น 
  3. ข่า 1 แง่ง 
  4. ตะไคร้ 3 ต้น 
  5. ใบมะกรูด 3 ใบ 
  6. พริกแดง 2 ช้อนโต๊ะ 
  7. พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะ 
  8. นมข้นจืด 1+1/2 ถ้วย 
  9. พริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 
  11. มะนาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. ต้มน้ำให้ร้อน แล้วใส่ข่า ตะไคร้ซอยลงไป ต้มให้เดือด
  2. ใส่ใบมะกรูดฉีก ใส่พริกโขลก พริกเผา คนส่วนผสมให้ละลาย
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา เห็ดฟาง กุ้ง ต้มให้กุ้งสุกดี
  4. เทนมข้นจืดลงไป ปิดไฟ แล้วบีบมะนาว
  5. ใส่ผักชีซอย ผักชีฝรั่ง พริกขี้หนูบุบ
  6. พร้อมเสิร์ฟ

ทำความรู้จักกับ ประโยชน์ต้มยํากุ้งน้ำข้น นอกจากความอร่อยยังเต็มเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์

ต้มยำกุ้งน้ำข้นถูกจัดเป็นหนึ่งห้าสิบอาหารที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในโลก และยังเป็นอาหารประจำชาติไทยอีกด้วย นอกจากความอร่อยจัดจ้าน และเข้มข้นของเครื่องต้มยำแล้วนั้น เมนูนี้ยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย

ประโยชน์จาก “ข่า” และ “ตะไคร้” สมุนไพรพื้นบ้านของไทย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ในสูตรของต้มยำกุ้งมักจะมีการใส่ข่าและตะไคร้ลงไปในน้ำต้มยำ เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัคว์และเพิ่มความหอมให้กับน้ำแกง โดยที่ข่านั้นเป็นสมุนไพรชั้นยอดที่ช่วยขับลม ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างสะดวก เพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน เมารถเมาเรือ อีกทั้งยังลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในระบบทางเดินอาหาร จุกเสียดแน่นท้องได้อีกด้วย 

ตะไคร้เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับหญ้า มีส่วนช่วยขับเหงื่อ บำรุงธาตุ และทำให้เจริญอาหาร และช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

ประโยชน์จาก “หอมแดง” ในต้มยำกุ้งน้ำข้น

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

หอมแดงเป็นสมุนไพรคู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน นิยมนำมาเป็นส่วนผสมหลักในเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะแกง น้ำพริก หรือพริกแกงชนิดต่าง ๆ มีรสเผ็ดร้อนเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หอมแดงมีประโยชน์ช่วยลดอาการหวัด รักษาอาการหอบหืดและไอเรื้อรัง ช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย บำรุงสมองและช่วยให้ระบบขับถ่ายดียิ่งขึ้น

ประโยชน์จาก “เห็ดฟาง” ผักท้องถิ่นหาทานง่ายที่มาพร้อมประโยชน์อย่างน่าเหลือเชื่อ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

เห็ดฟางเป็นเห็ดที่คนไทยนิยมรับประทานมากที่สุด มีรสหวานเย็น ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ช่วยย่อยอาหาร แก้ร้อนใน ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดก้อนมะเร็ง ป้องกันโรคเหงือกและโรคเลือดออกตามไรฟันอีกด้วย

เคล็ดลับต้มยำกุ้งสูตรอร่อย

หลังจากที่เราได้ทราบถึงประวัติ ต้มยํากุ้งกันไปแล้ว รวมถึงได้ทราบขั้นตอนในการทำต้มยำกุ้งน้ำข้นตามสูตรข้างต้นที่เรานำมาฝากกัน แต่ถ้ารู้เคล็ดลับพิเศษที่จะช่วยให้ต้มยำกุ้งของเรามีรสชาติที่อร่อยจนใคร ๆ ที่ได้ชิมก็ติดใจแล้วคงดีไม่น้อย นั่นคือการที่ไม่ควรใส่กะทิหรือนมข้นจืดลงไปก่อนเพราะจะทำให้แตกมันและดูไม่น่ารับประทาน นอกจากนั้นการใส่ใบมะกรูดตอนหลัง ๆ จะช่วยให้น้ำมันหอมระเหยของมะกรูดยังคงอยู่ในน้ำต้มยำไม่ได้ถูกระเหยออกไปจนหมด คงกลิ่นไว้ได้มากกว่าใส่ก่อน

Categories
อาหารคลีน อาหารนานาชาติ

ซัมเกทัง อาหารเกาหลีคลีนสุดกลมกล่อม ได้ทั้งรสชาติและสุขภาพดี

ซัมเกทัง หรือ ไก่ตุ๋นสมุนไพรเกาหลี เป็นอาหารเกาหลีชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นซุปใส่เนื้อไก่ ซึ่งภายในเนื้อไก่จะยัดไส้เครื่องสมุนไพรชนิดต่าง ๆ อาทิ ข้าวเหนียว พริกไทยแดง รากโสม เกาลัด พุทราจีน เป็นต้น รับประทานพร้อมกับเครื่องเคียง อาทิ เส้นแป้งลักษณะคล้ายเส้นขนมจีน เหล้าโสม พริกไทยดำ เกลือ นิยมเสิร์ฟในหม้อซุปที่ทำมาจากหิน รับประทานร้อน ๆ เชื่อกันว่าเสริมสุขภาพและบำรุงกำลัง ในอดีตจัดเป็นอาหารที่รับประทานกันภายในพระราชวัง

หนึ่งในเมนูประจำหน้าร้อนก็คือซัมเกทัง แปลเป็นไทยว่า ซุปไก่โสม สำหรับคนเกาหลีแล้ว ซัมเกทังถือเป็นอาหารชั้นดีที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะทานในโอกาสพิเศษ ต่างจากแกงกิมจิหรือซุปเต้าเจี้ยวที่เป็นอาหารพื้น ๆ ที่ทานกันบ่อย ๆ

ซัมเกทัง

เมื่อนึกถึงซุปไก่ร้อน ๆ แล้วน่าจะเป็นอาหารที่ให้ความอบอุ่นได้ดีในหน้าหนาวมากกว่าที่จะเป็น เมนู สำหรับหน้าร้อน แต่คนเกาหลีเชื่อกันมาแต่โบราณว่าความร้อนในหน้าร้อนจะทำให้ร่างกายอ่อนแรงและหมดพลังง่าย ซัมเกทังเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลัง ทานแล้วจะสดชื่น ต่อสู้กับความร้อนได้ จริงรึเปล่าไม่รู้แต่ภูมิปัญญาของคนโบราณว่ายังไงเราก็เชื่อไว้ไม่เสียหาย ยังไงก็เป็นอาหารยอดคุณประโยชน์แน่ ๆ เพราะส่วนผสมมีทั้งไก่ โสม พุทรา กระเทียม เกาลัด ข้าวเหนียว ฯลฯ หน้าตาของซัมเกทัง ก็จินตนาการได้ไม่ยาก เป็นซุปไก่ทั้งตัวที่มีสมุนไพรและส่วนผสมมีมากคุณประโยชน์ทั้งหลายใส่ไปในตัวไก่

ร้านอาหารในเกาหลีนิยมทำซัมเกทัง ในหม้อหินใบย่อม ๆ

ที่เรียกว่า โทลสด เพราะเก็บความร้อนได้ดีแถมยังดูสวยอีกด้วย ผู้ทานมีหน้าที่ฉีกไก่ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ทานง่ายและเพื่อให้สมุนไพรต่าง ๆ ออกมาจากตัวไก่ รสชาติของซุปไก่โสมออกจะจืดๆหน่อย เมนูซัมเกทัง บางคนจึงนิยมนำเนื้อไก่ไปจิ้มทานกับเกลือ ฟังดูอาจจะแปลก ๆ แต่ทานกี่ครั้งก็อร่อยทุกครั้งไปทีเดียวเชียว ส่วนใหญ่ร้านอาหารจะเลือกไก่ที่ตัวเล็กหน่อยสำหรับให้ทานคนเดียวหมด หากทำที่บ้านอาจทำตัวใหญ่แล้วแบ่งกันทานก็ได้

ช่วงที่ร้อนที่สุดที่เกาหลีเรียกว่าช่วงพงนัล มีระยะเวลาประมาณ 1 เดือน วันแรกของช่วงพงนัลเรียกว่าวันโชบก วันที่อยู่ตรงกลางของพงนัลเรียกว่าวันชุงบก และวันสุดท้ายของพงนัลเรียกว่าวันมัลบก วันโชบก ชุงบกและมัลบกจะไม่ตรงกันในแต่ละปี ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติของเกาหลี ในช่วงพงนัลนี้เป็นช่วงที่ต้องทานซัมเกทัง ถ้าจะให้ยิ่งดีก็ทานให้ตรงกับวันโชบก ชุงบกและมัลบกเลยก็จะเป็นการปฏิบัติตามธรรมเนียมมาก ๆ

วัตถุดิบและวิธีทำ ซัมเกทัง

สำหรับเมนูซัมเกทัง เหมาะมากกับคนกินคลีนและคนที่รักสุขภาพ เพราะมีสมุนไพรเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย ได้ทั้งสารอาหารและประโยชน์จากสมุนไพรไปในคราวเดียว วัตถุดิบสามารถหาได้ง่ายทั่วไป ส่วนสมุนไพรนั้นคงต้องซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายวัตถุดิบจากต่างประเทศ หรืออาจสั่งซื้อออนไลน์ก็สามารถทำได้ ไปดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลยดีกว่า

ซัมเกทัง

วัตถุดิบ

ไก่ตัวเล็ก

โสม 3-4 หัว

ลูกเกาลัด

พุทรา

ข้าวเหนียว

กระเทียมปอกเปลือก

ขิงปอกเปลือก

เกลือ

พริกไทย

วิธีทำ

  1. ไก่หั่นส่วนหาง เอาไส้ออก ล้างเลือดออกให้สะอาด แล้วสะเด็ดน้ำ
  2. เอาข้าวเหนียวแช่ในน้ำ 2 ชม. ให้พองออก
  3. ล้างโสม ,ปอกเปลือกเม็ดเกาลัดออก, ล้างพุทราด้วย
  4. หลังจากเอา ข้าวเหนียว พุทรา เม็ดเกาลัด ใส่ในท้องไก่ ส่วนที่ เป็นช่องฉีกขาดให้เอาเข็มเย็บให้ติดกัน หรือเอาไม้จิ้มฟันสอด เสียบไว้ (เพื่อไม่ให้เครื่องในไหลออกมา)
  5. เอาน้ำใส่หม้อ ใส่ไก่ลงไปต้ม หลังจากต้มเดือดแล้ว หรี่ไฟอ่อน ต้มจนน้ำซุปขาวออกมา
  6. เอาเส้นด้าย หรือ ไม้จิ้มฟันออก จัดใส่ภาชนะ จัดโซกึม(เกลือ) ฮูชูการุ(พริกไทย)ป่น วางด้วยกัน แล้วเสิร์ฟ

ไม่ยากอย่างที่คิดเลยกับเมนู ไก่ตุ๋นสมุนไพรเกาหลี อร่อย กลมกล่อม ไม่อ้วน และได้ประโยชน์จากสมุนไพร อาจจะทำให้คิดไปถึงเมนูต้มแซ่บในบ้านเราตรงที่รับประทานแล้วร่างกายจะรู้สึกซู่ซ่าขึ้นมา หรือพาลให้นึกไปถึงเมนู ต้มยำ ของบ้านเราซึ่งมีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน เหมาะที่จะบันทึกไว้ในเมนูอาหารคลีนของคุณ

ซัมเกทัง
Categories
อาหารนานาชาติ อาหารไทย

แซนด์วิชกระเพราอกไก่ไข่ดาว อาหารเช้าสุดอร่อย

แซนด์วิชกระเพราอกไก่ไข่ดาว อาหารเช้าสุดอร่อย

ส่วนมากคนมักทำเมนูนี้เป็นอาหารเช้าเพราะทำง่ายและรับประทานง่าย ใช้เวลาประกอบอาหารน้อยและมีรสชาติอร่อย สามารถทำแบ่งไปเป็นมื้อกลางวันด้วยได้ เมนูนี้คือ แซนด์วิชกระเพราอกไก่ไข่ดาว ถึงแม้ชื่อจะยาวไปสักหน่อยแต่ความอร่อยก็มากพอ ๆ กับความยาวชื่อ เหมือนเป็นการผสมผสานกันของอาหารตะวันตกและอาหารเอเชียบ้านเรา ซึ่งทำออกมาแล้วรสชาติลงตัวจนคุณอาจลืมข้าวผัดกระเพราไปเลยก็ได้ วัตถุดิบส่วนใหญ่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปแทบทุกอย่าง และสามารถนำมาทำอาหารได้หลายมื้อด้วย ที่สำคัญคือเรื่องรสชาติหากปรุงดี ๆ จะเป็นแซนด์วิชแบบไทย ๆ ที่อร่อยมาก เป็น เมนูอาหารคลีนไม่น่าเบื่อ เพราะมีการผสมผสาน และรับประทานสะดวกอีกด้วยเหมาะที่จะทำใส่กล่องนำไปรับประทานที่ทำงาน เรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันดีกว่าว่าใช้อะไรบ้างและแตกต่างข้าวผัดกระเพราไข่ดาวอย่างไร

วัตถุดิบแซนด์วิชกระเพราอกไก่ไข่ดาว

  • ขนมปังโฮลวีต
  • อกไก่สับ
  • กระเทียมไทย
  • พริกขี้หนู
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • ซอสหอยนางรม Low Sodium
  • ซีอิ้ว Low Sodium 
  • ใบกะเพรา
  • สเปรย์น้ำมัน
  • ไข่ไก่

วิธีทำแซนด์วิชกระเพราอกไก่ไข่ดาว

  1. นำกระเทียม พริกขี้หนูมาโขลกให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะให้ร้อน ฉีดสเปรย์น้ำมันบาง ๆ บนกระทะ ใส่พริกกระเทียมที่โขลกไว้ลงไป ผัดจนมีกลิ่นหอม นำอกไก่สับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปผัดไปเรื่อย ๆ จนกว่าไก่เริ่มสุก
  3. พอไก่สุกแล้ว ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม Low Sodium ซีอิ้ว Low Sodium น้ำตาลมะพร้าว ผัดให้เข้ากันชิมรสตามชอบ 
  4. ผัดจนได้ที่แล้วใส่ใบกระเพราลงไปผัดต่ออีกหน่อยแล้วปิดไฟ
  5. ตั้งกระทะไฟแรงแล้วหรี่ลงเป็นไฟกลาง ฉีดสเปรย์น้ำมันเล็กน้อย ตอกไข่ไก่ลงไปทอดตามชอบว่าจะให้ไข่แดงสุกหรือไม่ เมื่อเสร็จแล้วพักไว้
  6. นำขนมปังโฮลวีตแผ่นแรกมาวางไข่ดาวที่ทอดไว้ก่อน ตามด้วยขนมปังแผ่นที่สองประกบด้านบน จากนั้นตักกระเพราอกไก่ที่ผัดไว้ลงไป เกลี่ยให้กระจายตัว ตบท้ายด้วยขนมปังแผ่นที่ 3 เสร็จแล้วหั่นครึ่ง จัดลงภาชนะรับประทานได้

ไม่ยากเลยกับเมนู แซนด์วิชกระเพราไข่ดาว ทำง่ายไม่แพ้ผัดกระเพราเลยทีเดียว หลายคนมักทำเมนูนี้รับประทานในตอนเช้าหรือทำใส่กล่องไปรับประทานเป็นมื้อเที่ยงที่ทำงานเพราะรับประทานได้สะดวกและให้พลังงานที่พอเพียงในมื้อกลางวันได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ขั้นตอนการทำจะดูยุ่งยากไปบ้างเพราะต้องทอดไข่ ทำผัดกระเพรา แต่ไม่ใช้เวลานาน เพียงแค่นำมาวางบนขนมปังก็เสร็จแล้ว 

หัวใจของอาหารคลีนคือ อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดและมีไขมันดี ไม่มีไขมันและไม่ทำให้อ้วน ในปัจจุบันนี้อาหารคลีนยังไม่มีวางขายกันตามข้างทาง ส่วนมากมักต้องผูกปิ่นโตกับร้านค้า และมีราคาค่อนข้างแพง แต่จะมีข้อดีตรงที่ว่าไม่ต้องคิดเมนูอาหารเองเพราะทางร้านได้จัดเมนูให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องลงมือทำอาหารและเตรียมวัตถุดิบเอง ส่วนข้อเสียคืออาหารคลีนแบบผูกปิ่นโตมีราคาแพง การทำรับประทานเองน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับคนกินคลีน เพราะหากเราทำรับประทานเอง เราสามารถเลือกเมนูที่เราชอบได้ทุกมื้อและสามารถเปลี่ยนแปลงเมนูต่าง ๆ ได้ง่าย ประหยัด แต่ข้อเสียก็คือต้องเผื่อเวลามาประกอบอาหารเองเป็นมื้อกลางวันทุกวัน แต่อย่างไรเสียส่วนมากคนที่เริ่มกินคลีนนั้นก็ต้องตัดสินใจอยู่แล้วว่าต้องมากับความตั้งใจจริง เพราะก่อนเริ่มกินคลีนต้องงดหลายอย่าง น้ำอัดลม ชาไข่มุก หมูกระทะ เป็นต้น การเสียเวลาทำอาหารรับประทานเองจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ของคนกินคลีน บางคนถึงขั้นทำขายสร้างรายได้เป็นธุรกิจหลักเลยก็มี เพราะนับวันกระแสการกินคลีนยิ่งมีมากขึ้น เพราะคนเราหันมารักษาสุขภาพมากขึ้น ปัญหาความอ้วนที่มากขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนหันมากินคลีนกัน และต้องแปลกใจที่กินคลีนไปสักพักรูปร่างกลับดีขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องอดอาหาร นี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนหันมากินคลีน นอกจากรูปร่างดีแล้วสุขภาพก็ดีตามไปด้วย ลองนำเมนูนี้ไปใส่ไว้ในเมนูอาหารคลีนของคุณแล้วคุณจะมีความสุขกับการกินคลีน

 

 

 

 

เว็บบอล

Categories
เครื่องดื่ม

แจกสูตรฟรี! เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาผลไม้รสชาติอร่อย สดชื่นถึงใจ 

แจกสูตรฟรี! เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาผลไม้รสชาติอร่อย สดชื่นถึงใจ 

เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มสุดป็อปปูลาร์ในหมวดเครื่องดื่มช่วงซัมเมอร์ ด้วยรสชาติหวานสดชื่นกำลังดีของน้ำผลไม้เข้มข้นตัดกับโซดาแช่เย็น ช่วยให้ร่างกายรีเฟรชมาก ๆ ใครที่อยากลองทำเครื่องดื่มดับกระหายในหน้าร้อนแบบนี้ หรืออยากจะลองหาอาชีพเสริมขายช่วงนี้บอกเลยอิตาเลียนโซดานี่แหละจ้าปังที่สุดแล้ว! 

สูตรทำเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา “บลูฮาวายเอียน เลมอน โซดา” สีสวย

เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาตามปกติแล้วเป็นเมนูเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมหลักออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนน้ำเชื่อมเข้มข้นที่มักเป็นรสผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น บลูฮาวาย, มะม่วง, กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ใส่ดื่มคู่กันกับน้ำโซดาเย็น ๆ เพื่อทำให้รสชาติเข้ากันมากขึ้น ความซ่าของโซดาจะช่วยไม่ให้ความหวานจากน้ำเชื่อมหวานมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยดับกระหายได้อย่างดี แถมยังมีสีสันสดใสแบบอิตาเลี่ยนโซดา ทูโทนที่มีน้ำหวานสองสีผสมเข้าด้วยกัน ดูแล้วน่ารับประทานมาก ๆ เลยล่ะ 

ส่วนผสมและวัตถุดิบเมนูอิตาเลี่ยนโซดา

1. น้ำหวานบลูฮาวาย ยี่ห้อติ่งฟงอิตาเลี่ยนโซดา 2 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ

3. โซดาแช่เย็น

4. เกลือ

5. น้ำแข็ง

6. เลมอน

สูตรอิตาเลี่ยนโซดาแก้ว 22 ออน

1. เริ่มแต่งแก้วโดยการจุ่มน้ำที่ปากแก้ว จากนั้นนำไปจุมเกลือ

2. ใส่น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ

3. ใส่น้ำบลูฮาวาย 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ช้อนคนเล็กน้อย

4. ใส่เลมอนผ่านลงไป ตามด้วยน้ำแข็ง

5. เทโซดาเข้าไป 

6. ตกแต่งด้วยเลมอนหั่นเฉียงที่ขอบแก้ว

7. ก่อนชิมต้องคนให้น้ำหวานส่วนด้านล่างผสมเข้ากับโซดาที่อยู่ด้านบน

คุณประโยชน์จาก “เลมอน” อุดมด้วยวิตามินที่ดีต่อร่างกาย

เลมอนเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่เต็มเปี่ยมไปด้วย VITAMIN C&E มีส่วนช่วยให้ผิวหน้าและผิวกายกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวผลิตออกมา ส่งผลให้รอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ ของผิวลดลงดูกระชับและเต่งตึงมากขึ้น ยิ่งไปกว่าในวิตามินซียังช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ใครที่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟัน การทานเลมอนนับว่าช่วยได้มากเลยทีเดียว

สูตรทำเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา “กีวี โซดา” หวานอมเปรี้ยวแบบเฟรช ๆ  

ส่วนผสมและวัตถุดิบเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา

1. น้ำหวานกีวี 2 ช้อนโต๊ะ

2. โซดาแช่เย็น

3. น้ำแข็ง

4. เชอร์รีสำหรับตกแต่ง

อิตาเลี่ยนโซดาสูตรน้ำกีวีเปรี้ยวหวานอร่อยลงตัว

สูตรอิตาเลี่ยนโซดาลองบีช 

1. ใช้น้ำกีวีเข้มข้นเทใส่ลงในแก้ว

2. เติมน้ำแข็งลงไปในแก้ว

3. เทโซดาแช่เย็นลงไป

4. ตกแต่งด้วยเชอร์รี พร้อมเสิร์ฟ

5. ก่อนชิม ต้องคนให้น้ำกีวีและโซดาเข้ากันดี

ประโยชน์ดี ๆ จาก “กีวี” ผลไม้จากออสเตรเลียแดนจิงโจ้

กีวีเป็นผลไม้ประจำชาติออสเตรเลียอย่างที่เรารู้กันแต่ปัจจุบันกีวีนั้นได้ความนิยมไปทั่วโลก แน่นอนว่าในไทยก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ รสชาติของกีวีจะมีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี อีกทั้งในกีวีนั้นมีปริมาณวิตามินถึง 155 กรัมใน 1 ลูกซึ่งถือเป็นปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกายอีกด้วย ทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระแบบเต็มที่ช่วยชะลอวัยและต้านมะเร็งได้

สูตรทำน้ำ “น้ำแดงมะนาวโซดาเย็น” สดชื่นซ่าบซ่า ดับกระหาย

ใครที่ชอบดื่มน้ำแดงหวาน ๆ หอม ๆ บอกเลยจ้า…เมนูนี้ห้ามพลาดจริงอะไรจริง! จะทำไว้ดื่มตอนช่วงบ่ายของหน้าร้อน หรือทำไว้ให้ครอบครัวได้ดื่มกันช่วงวันหยุดก็ดี หรือจะทำไว้ไปดื่มกันที่ทะเลก็ช่างเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยความอร่อยและสดชื่นในเวลาเดียวกัน ทำให้การพักผ่อนของคุณเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และน่าประทับใจ

วัตถุดิบและส่วนผสมในเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา

1. น้ำหวานกลิ่นสละเข้มข้น 4 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ

3. เกลือ

4. เลมอน

5. โซดาแช่เย็น

6. เกลือ

ขั้นตอนการทำเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา

1. บีบน้ำมะนาวลงในน้ำเชื่อม ตามด้วยเกลือ คนพอเกลือละลาย 

2. ใส่ลงในแก้ว เติมน้ำแดงลงไป คนเล็กน้อย

3. ใส่น้ำแข็งตามลงไป

4. ใส่มะนาวที่เราหั่นชิ้นบาง ๆ ลงไป

5. เทโซดาลงไป แล้วตกแต่งด้วยมะนาวตรงขอบแก้ว พร้อมเสิร์ฟ

สูตรทำน้ำมะม่วงสุกโซดา หอมอร่อย เข้ากับซัมเมอร์แบบสุด ๆ 

เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาสูตรมะม่วงสุกนี่เป็นอะไรที่เข้ากันกับฤดูร้อนของไทยที่เป็นฤดูกาลของมะม่วงเป็นอย่างมาก ซึ่งการได้ทานผลไม้ตามช่วงฤดูกาลนอกจะได้ทานผลไม้ที่มีคุณภาพสูงและมีรสชาติหวานหอมแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ เพราะระบบร่างกายของสิ่งมีชีวิตจะมีความสอดคล้องกับธรรมชาตินั่นเอง ใครที่รักมะม่วงลองเอาสูตรโซดามะม่วงไปลองทำกันดูน้า…รับรองเลยว่าถูกอกถูกใจชัวร์ ๆ  

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

1. น้ำหวานรสมะม่วงสุกเข้มข้น 4 ช้อนโต๊ะ

2. เนื้อมะม่วงสุก

3. น้ำแข็ง

4. โซดาแช่เย็น

ขั้นตอนการทำเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา

1. เตรียมแก้ว ใส่น้ำมะม่วงลงไป 

2. เติมน้ำแข็งลงไป

3. ใส่โซดาตามลงไป

4. ใส่เนื้อมะม่วงด้านบน เพื่อเป็นการตกแต่ง

ประโยชน์ของ “มะม่วง” ผลไม้รสชาติอร่อย หอม หวาน ทานเพลิน ดีต่อสุขภาพ

มะม่วงเป็นผลไม้ที่หาทานได้ทั่วไปในประเทศไทย สามารถทานได้ตั้งแต่ผลดิบซึ่งมีรสเปรี้ยวนำ หากแก่ขึ้นมาอีกหน่อยจะมีรสชาติมัน ๆ ทานอร่อย ส่วนผลสุกเนื้อจะเป็นสีเหลืองอมส้มรสชาติหวานนำ ในมะม่วงมีวิตามินซีและเอ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังต้านมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายทำให้หลับสบายมากขึ้น

แนะนำเทคนิคการเลือกน้ำเชื่อมอิตาเลี่ยนโซดายี่ห้อไหนดี

เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาเป็นเครื่องดื่มรสชาติอร่อย ดื่มแล้วสดชื่น วิธีกินอิตาเลี่ยนโซดานั้นง่ายมาก แค่คนส่วนผสมในแก้วให้เข้ากันจะทำให้น้ำเชื่อมที่ก้นแก้วเข้ากันกับน้ำโซดาได้อย่างดี แนะนำว่าตอนเทโซดาควรนำโซดาที่แช่เย็นมาแล้วจะช่วยเพิ่มความซ่าให้กับน้ำได้ สำหรับใครที่คิดจะนำเมนูนี้ไปทำขาย สามารถนำสูตรของเราไปขายได้เลย หากจะทำสูตรอิตาเลี่ยนโซดาแก้ว 16 ออนก็สามารถปรับปริมาณตามนี้หรือใช้วิธีทำแล้วชิมตามความชอบของเราได้เลย  

 

 

 

เว็บบอล

Categories
เครื่องดื่ม

5 สูตรเครื่องดื่มผลไม้ม็อกเทลดับร้อน อร่อยสดชื่น เฟรชตลอดทั้งวัน

5 สูตรเครื่องดื่มผลไม้ม็อกเทลดับร้อน อร่อยสดชื่น เฟรชตลอดทั้งวัน

เครื่องดื่มผลไม้ประเภท MOCKTAIL นั้นมีที่มาในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาจากความตั้งใจอยากให้ประชาชนเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวิลเลียม สมิธ นักการเมืองสหรัฐ ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้และโซดาเป็นหลัก ชื่อม็อกเทลคล้องกันกับค็อกเทลที่มีกรรมวิธีการชงเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเขย่า ริน หรือปั่น เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในเอเชียเพราะดื่มแล้วช่วยเพิ่มความสดชื่นดับกระหายได้ดี อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพมาก ๆ อีกด้วย

สูตรทำ “MULBERRY VANILLA MOCKTAIL” เครื่องดื่มผลไม้รสเปรี้ยวหวาน

เครื่องดื่มผลไม้สูตรแรกที่อยากจะมาชวนทุกคนทำกันนั้นเป็นน้ำมัลเบอร์รีรสออกเปรี้ยวหวานผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และมีการทำให้รสชาตินุ่มหอมมากยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นวานิลลา เหมาะที่จะทำเป็นเครื่องดื่มเย็นๆในงานเทศกาลรวมถึงปาร์ตี้ต่าง ๆ 

วัตถุดิบและส่วนผสมเมนูเครื่องดื่มผลไม้

1. น้ำมัลเบอร์รี่ ดอยคำ ½ ถ้วย 

2. น้ำเลมอน ½ ออนซ์ 

3. น้ำผึ้ง ½ ออนซ์ 

4. กลิ่นวานิลลา ¼ ช้อนชา 

5. โซดา ½ ถ้วย 

6. น้ำแข็ง 2 ถ้วย 

7. เลมอน (สำหรับตกแต่ง) 

8. ใบมิ้นต์ (สำหรับตกแต่ง)

ขั้นตอนการทำน้ำผลไม้พร้อมดื่ม

1. นำน้ำมัลเบอร์รีประมาณครึ่งถ้วยใส่ในถ้วยผสม

2. ใส่น้ำเลมอน น้ำผึ้งลงไป

3. ใส่กลิ่นวานิลลาลงไปตามชอบ

4. เริ่มตกแต่งด้วยการวางเลมอนฝานสลับกับน้ำแข็งและใบมิ้นต์

5. เทน้ำมัลเบอร์รีลงไป

6. เทโซดาท็อปด้านบน

ประโยชน์จาก “มัลเบอร์รี” แบบเน้น ๆ 

“มัลเบอร์รี” หรือที่ใครหลายคนรู้จักในอีกชื่อ “หม่อน” เป็นผลไม้รสชาติเปรี้ยวหวานที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อีกทั้งยังช่วยดับกระหายคลายร้อน มีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาและทำให้การย่อยอาหารและการขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ อีกทั้งยังดีต่อตับและไตอีกด้วย

สูตรทำ “ROSEMARRY BERRY MOCKTAIL” เครื่องดื่มผลไม้แสนสดชื่น

เครื่องดื่มผลไม้ที่คนชอบดื่มเครื่องดื่มหอม ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานบอกเลยว่าแก้วนี้เหมาะมาก ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย เหมาะที่จะจิบเพลิน ๆ ช่วงที่พักผ่อนในช่วงวันหยุดจริง ๆ 

วัตถุดิบและส่วนผสมเครื่องดื่มผลไม้

1. น้ำเบอร์รี่รวม ดอยคำ ½ ถ้วย 

2. โรสแมร์รี่ไซรัป 1 ออนซ์ 

3. โซดา ½ ถ้วย 

4. น้ำแข็ง 2 ถ้วย 

5. สตรอวเบอร์รี่ (สำหรับตกแต่ง) 

6. ราสป์เบอร์รี่ (สำหรับตกแต่ง) 

7. โรสแมร์รี่ (สำหรับตกแต่ง)

ขั้นตอนการทำเครื่องดื่มผลไม้

1. ใส่น้ำเบอร์รีผสมกับน้ำโรสแมรี

2. หั่นสตรอว์เบอร์เพื่อตกแต่ง วางลงไปในแก้ว

3. วางราสป์เบอร์รีลงไป

4. ใส่น้ำแข็งสลับไป

5. เทน้ำเบอร์รีลงไป 

6. ใส่โซดาด้านบน พร้อมเสิร์ฟ

สูตรทำ “TOMATO MOJITO MOCKTAIL” เครื่องดื่มผลไม้เต็มเปี่ยมด้วยไลโคปีน

วัตถุดิบและส่วนผสมเครื่องดื่มผลไม้

1. น้ำมะเขือเทศม็อกเทล ดอยคำ 1/4 ถ้วย 

2. ใบมิ้นต์ 1/2 ถ้วย 

3. มะนาว 1 ลูก 

4. น้ำเชื่อม 1/2 ออนซ์ 

5. โซดา 1/4 ถ้วย 

6. น้ำแข็ง 1 ถ้วย 

7. ใบมิ้นต์ (สำหรับตกแต่ง)

ขั้นตอนการทำเมนูเครื่องดื่มผลไม้

1. ตำใบมิ้นต์ ฝานมะนาวไว้ตกแต่ง 

2. เทน้ำมะเขือเทศม็อกเทลลงไป

3. ใส่น้ำแข็ง ตกแต่งด้วยใบมิ้นต์และมะนาว

4. ใส่ไซรัปลงไป

5. เทโซดาลงไปด้านบน

สูตรทำ “MRS.EARL” 

เครื่องดื่มผลไม้รสชาติดีอีกหนึ่งเมนูกลิ่นหอมของชาเอิร์ลเกรย์เข้ากันได้อย่างดีกับน้ำสตรอว์เบอร์รีรสชาติเปรี่ยวอมหวานพร้อมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ดื่มด่ำกับความผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

วัตถุดิบและส่วนผสมของเมนูเครื่องดื่มเย็น

1. น้ำสตรอเบอร์รี่ ดอยคำ 1 ถ้วย 

2. น้ำชาเอิร์ลเกรย์ ½ ถ้วย 

3. น้ำเชื่อม 1 ออนซ์ 

4. น้ำส้ม ½ ออนซ์ 

5. สตรอเบอร์รี่ (สำหรับตกแต่ง) 

6. ส้มนาเวล (สำหรับตกแต่ง) 

7. ใบไทม์ (สำหรับตกแต่ง) 

ขั้นตอนการทำน้ำผลไม้ไทย

1. เริ่มชงชาด้วยการใส่ผงชาเอิร์ลเกรย์ 

2. ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มเติมเข้าไป คนให้เข้ากัน

3. หั่นสตรอว์เบอร์รี และส้ม

4. ใส่น้ำแข็งลงไป ตามด้วยส้มและสตรอว์เบอร์รี

5. เทน้ำชาผสมกับน้ำสตรอว์เบอร์รี และน้ำส้ม

6. ตกแต่งด้วยใบไทม์

ประโยชน์ของ “ชาเอิร์ลเกรย์” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ชาเอิร์ลเกรย์เป็นชาดำที่มีสารกาเฟอีนทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น เป็นชาที่ผสมกับน้ำมันหอมระเหยของพืชตระกูลส้ม ทำให้ได้รสชาติเบา สบาย หอมละมุน อีกทั้งน้ำมันหอมระเหยยังดีต่อระบบการย่อยอาหารช่วยกระตุ้นการหลั่งของเอนไซม์ในน้ำย่อยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในใบชาเอิร์ลเกรย์มีสารฟลูออไรด์ช่วยจัดการแบคทีเรียในช่องปากและป้องกันฟันผุได้

สูตรทำ “EMERALD MOCKTAIL” 

เครื่องดื่มผลไม้ของคนที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ อย่างแท้จริง เพราะแก้วนี้บอกเลยว่าดื่มเข้าไปแล้วคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติหอมเย็นของใบมิ้นต์และน้ำฝรั่งพร้อมกัน กลิ่นหอมจากธรรมชาติจะช่วยลดความตึงเครียดให้กับทุกส่วนของร่างกาย ให้รู้สึกเหมือนได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่

วัตถุดิบและส่วนผสม

1. น้ำฝรั่ง ดอยคำ 1/4 ถ้วย 

2. มิ้นต์ไซรัป 1 ออนซ์ 

3. น้ำเลม่อน ½ ออนซ์ 

4. โซดา ¼ ถ้วย 

5. น้ำแข็ง 1 ถ้วย 

6. ใบมิ้นต์ (สำหรับตกแต่ง)

ขั้นตอนการทำ

1. ใส่น้ำแข็งลงไป ตามด้วยไซรัปมิ้นต์

2. เทน้ำฝรั่งลงไป

3. ใส่ใบมิ้นต์

4. เทโซดาลงไปเพิ่มความสดชื่น

5. ก่อนเล็กน้อยก่อนรับประทาน

ประโยชน์ของ “น้ำฝรั่ง” รู้อย่างนี้แล้ว…ต้องหามาดื่มแล้วล่ะ

ฝรั่งจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ๆ อีกหนึ่งชนิด ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย ช่วยผิวใส นอกจากนี้ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี นอกจากนี้ใครที่กำลังลดน้ำหนักบอกเลยว่าน้ำฝรั่งเหมาะมาก เพราะมีส่วนช่วยไม่ให้รู้สึกหิวจุกจิกระหว่างวันอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับคนที่กำลังมองหาสูตรเครื่องดื่มต่างๆไว้ดื่มช่วงหน้าร้อนหรืออยากทำไว้ดื่มช่วงวันหยุดกับครอบครัว เป็นการพักผ่อนร่วมกันที่ให้ฟีลอบอุ่นแบบสุด ๆ นอกจากนี้ยังทำให้ได้สุขภาพกายและใจที่ดีว่าการทานน้ำหวานใส่สีหรือน้ำอัดลมตามท้องตลาดอีกด้วย ใครที่อยากเริ่มหันมารักตัวเอง การเริ่มต้นดูแลสุขภาพนี่แหละคือของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดที่เราควรจะมอบให้คนที่เรารักและอย่างยิ่งกับตัวเราเอง ใครอยากลองเอาไปทำก็ลองดูน้า…รับรองว่าทำได้ไม่ยาก การันตีความอร่อยไปเลยจ้า

 

 

 

เว็บบอล