ขนมอินทนิล ขนมไทยสูตรโบราณ หวานอร่อย หอมใบเตย ทำไม่ยากแต่อร่อยมากแน่นอน

     ขนมอินทนิล เป็นขนมชาววังที่ขึ้นชื่อมากในสมัยก่อน และไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป คนที่จะได้มีโอกาศลิ้มรสความอร่อยนี้จะต้องเป็นคนที่อยู่ในรั้วในวังเท่านั้น วัตถุดิบที่ใช้ทำในสมัยก่อนก็มีราคาแพงการที่คนทั่ว ๆ ไปจะซื้อหามาทำทานนั้นเป็นไปได้ยาก อีกทั้งสูตรการทำก็มีเฉพาะในวังเท่านั้นทำให้ขนมชนิดนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปสักเท่าไหร่นัก 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.bakery-lover.com

     ต่อมาจึงได้ค่อย ๆ แพร่กระจายออกมานอกวัง เริ่มมีความเจริญมากขึ้นวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ต้องสั่งจากต่างประเทศก็เริ่มมีเข้ามาวางขายในประเทศมากขึ้น จึงทำให้คนทั่วไปสามารถซื้อหามาทำขนมชนิดนี้ทานกันได้บ้างในบางพื้นที่ 

     ปัจจุบันนี้กลายเป็นเมนูที่แทบจะไม่มีใครรู้จักกันแล้ว แต่ในเรื่องความอร่อยนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยังคงหอมอร่อยมัดจิตผูกใจคนที่ได้ทานอยู่หมัด พูดมาขนาดนี้เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ยคะ ไม่ร่ายยาวให้เมื่อยเข้าครัวลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

เคล็ดไม่ลับฉบับโบราณ ขนมอินทนิล ขนมไทยที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.jaideemesuk.com

     ขนม อินทนิลน้ำกะทิ มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน-มัน ทำทุกวันอร่อยกันทุกที เมนูขนมหายากที่แทบจะไม่มีใครรู้จักกันแล้วในยุคนี้ บางคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่ามี ขนมอินทนิล อยู่ด้วย หรือบางคนอาจจะเคยเห็นหน้าตามาบ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าชื่อขนมอะไร จึงเป็นขนมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักกันสักเท่าไหร่นักในยุคปัจจุบัน 

     การจางหายไปตามกาลเวลาเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าในเมื่อสูตรการทำยังอยู่เราลูกหลานคนรุ่นหลังควรที่จะนำกลับมาทำและกระจายสูตรความอร่อยนี้ให้คนทั่วไปได้รู้จักและกลับมาเป็นนิยม หากทำได้คงจะดีไม่น้อย เพราะทุกวันนี้วัตถุดิบในการทำหาได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนอีกทั้งยังมีราคาไม่แพง ใคร ๆ ก็สามารถซื้อหาวัตถุดิบมาทำได้ ไม่จำเป็นจะต้องได้ทานกันเฉพาะกลุ่มคนมีเงินหรือคนที่อยู่มนรั้ววังเท่านั้น

ส่วนผสมทำขนม

-แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย

-น้ำใบเตย 4 ถ้วย

ส่วนผสมทำน้ำกะทิ

-น้ำกะทิ 4 ถ้วย (หัวกะทิ 1 ถ้วยตวงกับหางกะทิ 3 ถ้วยตวง) หรือกะทิกระป๋อง 4 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง

-เกลือป่น 1 ช้อนชา

-เทียนสำหรับอบขนม

วิธีทำอินทนิล

ขอบคุณรูปภาพจาก www.wongnai.com

-เริ่มจากทำน้ำกะทิอบควันเทียนกันก่อนโดยเทน้ำกะทิลงอ่างจุดเทียนอบขนมให้ไฟลามถึงตรงขี้ผึ้งแล้วดับเทียน ใส่เทียนลงถ้วยเล็ก ๆ แล้วนำไปใส่ไว้ในอ่างน้ำกะทิ ปิดฝาอบน้ำกะทิไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจุดเทียนอบซ้ำอีก 1-2 ครั้ง ถ้ามีดอกกระดังงาก็ให้ใส่เข้าไปอบรวมพร้อมกันกับเทียนจะทำให้ได้ความหอมกรุ่นแบบไทย ๆ มากยิ่งขึ้น

-พอได้น้ำกะทิอบควันเทียนแล้วให้นำน้ำกะทิใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟในระดับปานกลาง เมื่อน้ำกะทิเริ่มร้อนแล้วให้ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นคนผสมรวมกันให้ละลาย จากนั้นรอจนน้ำกะทิเดือดอีกครั้งแล้วยกลงตั้งพักไว้

-ขั้นตอนการทำตัวขนมเราจะเริ่มจากการผสมแป้งและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน คนแป้งให้ละลายเข้ากับน้ำใบเตยจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำน้ำใบเตยใส่หม้อนำขึ้นตั้งไฟโดยให้ใช้ไฟในระดับอ่อน ในขั้นตอนนี้ให้ใช้พายกวนตลอด ระวังอย่าให้ก้นหม้อไหม้นะคะ กวนต่อไปจนขนมสุกโดยตัวแป้งจะเริ่มเหนียวและใสขึ้น เมื่อแป้งสุกจนทั่วกันแล้วให้นำหม้อลงแช่ในอ่างน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิของตัวขนมไม่ให้ร้อนเกินไป ซึ่งถ้าหากร้อนเกินไปจะทำให้ขนมไม่สามารถจับตัวกันได้

-เตรียมถ้วยใส่น้ำเอาไว้ใช้มือจุ่มก่อนหยิบแป้งเพื่อป้องกันไม่ให้ขนมติดมือ เมื่อจุ่มน้ำให้มือเปียกแล้ว ให้หยิบแป้งขึ้นมาปั้นกลม ๆ ในขนาดพอดีคำ จากนั้นหย่อนลงในน้ำกะทิที่เตรียมไว้ ทำไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าแป้งจะหมด โดยตัวขนมที่ดีแป้งจะต้องไม่แข็งเป็นไตตรงกลาง จะต้องมีความนุ่มยืดหยุ่นเสมอกัน จากนั้นตักขนมใส่ถ้วยใส่น้ำแข็งทุบแล้วจัดเสิร์ฟความอร่อยแจกให้ทุกคนได้เลยค่ะ


ขนมอินทนิล ขนมชาววังสมัยโบราณความอร่อยที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

     ขนมอินทนิล เป็นขนมที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังเนื้อเหนียวนุ่ม นำมาเคี่ยวในน้ำใบเตยคู่กับน้ำกะทิหอมควันเทียน ในสมัยก่อนเป็นขนมที่ทำกันเฉพาะในวังเท่านั้นเนื่องจากต้องสั่งแป้งมันสำปะหลังซึ่งมีราคาแพงมากมาจากประเทศสิงคโปร์ อีกทั้งมีขั้นตอนในการทำที่ต้องใช้ความพิถีพิถันค่อนข้างมากโดยต้องใช้กะทิอบควันเทียนหอมมากถึง 4 ครั้ง จึงเป็นขนมที่ไม่ใช่จะหาทานได้ง่าย ๆ มาตั้งแต่สมัยก่อน 

     แม้ว่า วิธีทำอินทนิล จะมีขั้นตอนค่อนข้างเยอะ แต่ในปัจจุบันวัตถุดิบที่ต้องใช้หาง่ายและมีราคาถูกกว่าในสมัยก่อนจึงทำให้เมนูนี้กลายเป็น ของว่างไทยง่าย ๆ ได้ไม่ยากเพียงแค่เรารู้วิธีการทำและลงมือทำ เพียงเท่านี้ก็จะได้ทานขนมไทยโบราณอร่อย ๆ กันแล้วล่ะค่ะ