ขนมหยกมณี เมนูขนมไทยโบราณ สีเขียวสวยสดน่ากิน หอม อร่อย นุ่มลิ้น

     “ ขนมหยกมณี ” เป็นขนมไทยโบราณที่ปัจจุบันหาทานกันค่อนข้างจะยากแล้ว เป็นขนมที่มีรสชาติหวาน มัน เค็ม อร่อย ทำมาจากเม็ดสาคูเอามาต้มในน้ำเชื่อมผสมกับน้ำใบเตยทำให้มีความเหนียวนุ่ม หอมน่าทาน แถมยังมีสีต้นตำหรับเป็นสีเขียวสดใสเหมือนสีของหยกมองดูแล้วสวยงามตามาก ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ หยกมณี ” นั่นเองค่ะ โดยต่อมามีการเพิ่มสีสันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น สีชมพู สีเหลือง สีม่วง ฯลฯ แต่ในเรื่องรสชาติความอร่อยนั้นก็ยังคงเหนียวนุ่มหอมอร่อยอยู่เช่นเดิม วันนี้เราก็เลยจะมาชวนทุกคนเข้าครัวทำขนมย้อนยุคกันบ้าง ลองเปลี่ยนมาเป็นแม่หญิงกันสักวัน ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย !

แนะนำวิธีทำขนมหยกมณี ขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

     ขนมหยกมณี ขนมที่มีความหวานหอม เหนียวนุ่ม ละมุนลิ้น เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานเยอะ เป็นขนมหาทานค่อนข้างยาก แต่แม้ว่าจะหาทานยากสูตรการทำก็ยังคงมีอยู่อย่าปล่อยให้เสียเปล่า เรามาเริ่มทำทานกันเองเลยดีกว่าค่ะ 

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

– สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วยตวง

– ใบเตยหั่น 5-6 ใบ

– น้ำเปล่าหรือน้ำลอยดอกมะลิ ( สำหรับปั่นน้ำใบเตย ) 2 ถ้วยตวง

– น้ำสำหรับต้มสาคู 1 ½ ถ้วยตวง

– น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

– น้ำมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง

– เกลือป่น 1 / 2 ช้อนชา

วิธีทำหยกมณี

– เริ่มจากการล้างสาคู โดยจะเทสาคูลงบนตะแกรง ใส่น้ำเปล่าตามลงไป แล้วใช้มือคนเล็กน้อยเทน้ำทิ้งทำแบบนี้ซ้ำ 2 รอบ จากนั้นนำสาคูมาพักไว้บนตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที

– คั้นน้ำใบเตย เราจะเริ่มด้วยการหั่นใบเตยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่โถปั่นเติมน้ำเปล่าหรือน้ำลอยดอกมะลิลงไป จากนั้นปั่นให้ละเอียดกรองกากออกด้วยผ้าขาวบางหรือถุงกาแฟ เสร็จแล้วนำตั้งพักไว้ก่อน

-เมื่อพักสาคูจนครบ 15 นาทีแล้ว เทน้ำเปล่าใส่กระทะนำขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟแรง รอจนน้ำเดือด เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ปรับลงมาที่ไฟระดับปานกลาง จากนั้นให้ใส่สาคูลงไป (ขั้นตอนนี้ให้เทสาคูลงไปเร็ว ๆ นะคะ) จากนั้นให้คนสาคูไปเรื่อย ๆ จนเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน โดยจะมีลักษณะเป็นตากบ คือ จะมีสีขาวขุ่นอยู่ตรงกลางและข้างนอกเนื้อจะใสคล้ายวุ้นค่ะ

– ใส่น้ำใบเตยที่เตรียมเอาไว้ลงไป (ขั้นตอนนี้สามารถทำเป็น หยกมณีอัญชัน ได้ โดยการเปลี่ยนจากน้ำใบเตยเป็นน้ำที่ทำจากดอกอัญชันแทนได้ค่ะ) จากนั้นคนให้เข้ากันควรค่อย ๆ เทผสมไปเรื่อย ๆ ขั้นตอนนี้ถ้าชอบสาคูแบบที่เป็นตากบก็ให้ใส่น้ำตาลทรายลงไปได้เลยค่ะ แต่ถ้าชอบสาคูแบบสุกมากและไม่มีตากบสีขาวขุ่นตรงกลางด้านในให้กวนจนน้ำแห้งแล้วจึงค่อยใส่น้ำตาลทรายลงไป ขั้นตอนนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ชอบประมาณไหนให้ใส่น้ำตาลลงตอนนั้นได้เลยค่ะ

– เมื่อใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วให้คนต่อไปอีกประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าจะสังเกตเห็นว่าขนมมีลักษณะค่อนข้างอืดและข้นขึ้น

– เทขนมลงในถาดเกลี่ยให้ทั่ว ๆ กัน พักขนมไว้จนเย็น ในขั้นตอนนี้ระวังอย่านำมือลงไปจุ่มในขนมขณะที่ยังร้อนอยู่นะคะ แนะนำให้ใช้เป็นไม้พายหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ในการเกลี่ยขนมจะดีกว่าค่ะ

– ระหว่างรอขนมให้เย็น เราจะทำการนึ่งมะพร้าวขูดรอไปพลาง ๆ ค่ะ โดยเราจะใช้ไฟแรง เป็นเวลา 15 นาที จากนั้นนำมะพร้าวใส่จานโรยเกลือแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาตั้งพักไว้

– นำช้อนไปจุ่มน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำมาตักขนมให้เป็นคำ ๆ วางลงบนมะพร้าวคลุกเคล้าขนมและมะพร้าวให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่ภาชนะจัดวางให้สวยงามพร้อมยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

เพิ่มเติมสารอาหารดี ๆ ให้ขนมหยกมณีน่าทานได้ยังไงบ้าง ?

     ปัจจุบัน ขนมหยกมณี ได้มีการเพิ่มคุณค่าททางอาหารโดยมีการนำวัตถุดิบอื่น ๆ มาเผ็นส่วนผสมเพิ่มเติมลงไปด้วย อาทิเช่น ฟักทอง , ข้าวโพด , มัน , เผือก ฯลฯ โดยจะหั่นทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้สุกง่ายขึ้นและดูสวยงามน่าทาน และนอกจากการทำขนมให้เป็นสีเขียวจากใบเตยแล้วยังมีการเพิ่มสีสันที่แปลกใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงที่ได้มาจากสีของดอกอัญชัน โดยมีการเรียกชื่อตามสีว่า หยกมณีอัญชัน สีชมพู และสีเหลือง ที่ได้มาจากสีผสมอาหาร ฯลฯ

     วิธีทำหยกมณี แต่ละสูตรอาจจะมีวิธีการทำและเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆบางอย่างแตกต่างกันออกไปบ้าง เราสามารถปรับประยุกต์กันได้ตามความชอบของแต่ละคนค่ะ หวังว่าสูตรขนมไทยโบราณแสนอร่อยที่เราได้แนะนำในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถูกใจนะคะและอย่าลืมนำไปลองทำตามกันดูนะคะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสูตรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาจากไอเดียของคุณก็ได้ค่ะ